ปรึกษาด้านฮวงจุ้ย โดย อ.มาศ เคหาสน์ธรรม
โทร 089-014 6888
www.fengshui100.com
2009-Dec-11 - หลักสูตร "การรักษาสุขภาพด้วยภูมิปัญญาจีนชั้นสูง ผนวก วิทยาการล่าสุดของการแพทย์ตะวันตก
| หลักสูตร "การรักษาสุขภาพด้วยภูมิปัญญาจีนชั้นสูง ผนวก วิทยาการล่าสุดของการแพทย์ตะวันตก |
เนื่องจากวิทยาการทางการแพทย์ของตะวันตกนั้น เพิ่งมีพัฒนาการมาเพียงช่วง 30 40 ปี เท่านั้นเอง แม้จะรวดเร็วแต่ยังไม่ครอบคลุม ลึกซึ้ง และถูกต้องทั้งหมด เช่น เวลาที่ท้องเสีย ก็เคยแนะนำให้กินยาโลโมติ้ว ไปบังคับให้ลำไส้หยุดบีบตัว กินกันมาเป็นสิบๆปี ต่อมาก็วิจัยพบว่าการทำเช่นนี้จะเป็นโทษอย่างรุนแรง เพราะการท้องเสียนั้น แท้ที่จริงแล้วก็คือ กลไกที่ร่างกายดูดน้ำเข้าไปล้างเชื้อโรคออกจากลำไส้ หากกินยาเข้าไปทำให้ลำไส้หยุดบีบตัว ก็กลับยิ่งจะทำให้เชื้อโรคอยู่ในลำไส้นานยิ่งขึ้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จนสุดท้ายต้องยกเลิกยาชนิดนี้ไป
นอกจากนี้ก็ยังมีความรู้ผิดๆทางการแพทย์ของตะวันตกอีกเป็นจำนวนมาก เช่น การแนะนำให้ดื่มนมมากๆแล้วบอกว่าจะดีกับสุขภาพ ทั้งที่จริงแล้วมีโทษมากกว่าประโยชน์ เพราะยิ่งดื่มนมกลับยิ่งจะกระดูกพรุน เนื่องจากในร่างกายของเรามีสัดส่วนของแคลเซี่ยมต่อแมกนีเซียม ในอัตรา 2:1 แต่นมนั้นมีแต่แคลเซี่ยมไม่มีแมกนีเซียม เมื่อดื่มเข้าไปจะทำให้สัดส่วนของธาตุทั้งสองในเลือดไม่สมดุล จึงไปดึงแคลเซี่ยมออกจากกระดูกมาปรับสมดุล จึงเป็นโรคกระดูกพรุนเพราะขาดแมกนีเซียม แถมยังทำให้เป็นฝ้าบนใบหน้าด้วย
ในขณะที่วิธีการดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาจีนนั้น ได้พัฒนาแล้วกว่า 5,000 ปี ซึ่งทดสอบและยืนยันถึงความถูกต้องของหลักวิชา ดังจะเห็นได้ว่าหมอจีนนั้นทุกคนจะอายุยืนกว่าคนทั่วไป หลายๆท่านอายุถึง 90 ปีแล้ว ยังสามารถทำหน้าที่รักษาคนไข้ได้ แถมไม่ต้องใส่แว่นอีกด้วย ส่วนแพทย์แผนปัจจุบันนั้นอายุยืนกว่าคนทั่วไปหรือไม่ ซึ่งก็เป็นการพิสูจน์ได้ง่ายๆ
เนื้อหาที่สอน
1. ทำไมยิ่งกินน้ำมากๆ กลับยิ่งทำให้สุขภาพเสีย จริงหรือ? 2. กินผลไม้มากๆ กลับส่งผลเสีย กินวิตามินก็ยิ่งแย่ 3. อายุมากขึ้นจำเป็นต้องสายตายาวขึ้นด้วยหรือไม่ จะแก้ไขอย่างไร 4. โรคความดันโลหิตสูง จะต้องกินยาคุมตลอดชีวิตจริงหรือ 5. รักษาโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจให้หายขาด โดยไม่ต้องพึ่งหมอ 6. ยิ่งดื่มนมยิ่งกระดูกพรุน กับมหัศจรรย์ที่วัวกินแต่หญ้า กลับผลิตโปรตีนและแคลเซี่ยมได้ 7. จริงหรือไม่ สำหรับคนที่ไม่เคยเจ็บป่วยมาหลายปี กลับจะไม่มีโรคภัยหนักแอบแฝงในตัว 8. อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ แก้ไขได้อย่างไร 9. ผู้หญิงที่หมดประจำเดือน จำเป็นต้องเกิดอาการวัยทองหรือไม่ 10. เทคนิคการลดความอ้วนโดยไม่ต้องอดอาหาร 11. ความเป็นไปได้ที่จะมีอายุไขถึง 128 ปี แบบที่สุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย และเสื่อมชรา 12. กลไกการแตกตัวของเซลที่จะทำให้เจ็บป่วย ความเสื่อม หรือแข็งแรง 13. การค้นพบครั้งล่าสุดของวงการแพทย์กับเคล็ดลับของการมีสุขภาพดี : มหัศจรรย์แห่งการสร้างสมดุลของกรดด่างในเลือด 14. วิธีการจัดเรียงระเบียบของธาตุเหล็กในเม็ดเลือด เพื่อเพิ่มความสามารถในการนำออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลทุกอณู 15. ทำอย่างไรจะไม่แก่ ใบหน้าเต่งตึงไม่เหี่ยวย่น และได้ผลดีกว่าการใช้เครื่องสำอาง

เนื้อหาครอบคลุม 3 เรื่องใหญ่ คือ
1. การรักษาสุขภาพด้วยยาที่อยู่ในตัวของเราเอง
เพื่อแก้ไขอาการเจ็บป่วย โดยใช้ยาที่อยู่ในตัวของเราเอง ซึ่งเป็นยาที่ดีที่สุดในโลก เพราะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ โดยการฝึกจัดระเบียบพลังงานในตัว ให้ประจุในร่างกาย เหมือนกับที่เราใช้สายไฟไปพันรอบตะปู เมื่อต่อเข้ากับถ่านไฟฉายก็สามารถกลายเป็นแม่เหล็กที่มีพลังดูดเหล็กได้ (อ่านรายละเอียดของหัวข้อนี้ในหน้า การรักษาสุขภาพด้วยยาภายใน)
2. วิธีการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
คือการเรียนรู้และทำความเข้าใจธรรมชาติดั้งเดิมของร่างกายเรา เพื่อที่จะรู้จักวิธีในการดูแล ทะนุถนอมให้ถูกต้อง เนื่องจากทุกวันนี้ ระบบการศึกษาของโลกเรา ค่อนข้างผิดเพี้ยน สอนให้เราเข้าใจแต่สิ่งภายนอก ไม่เคยสอนให้เราเข้าใจภายใน เหมือนดังเช่น คนที่เรียนจบมาทางด้านวิศวกรรมก็จะรู้จักวิธีการดูแลรักษาสุขภาพของเครื่องจักรมากกว่าสุขภาพของตัวเอง หรือคนที่เรียนด้านบัญชี ก็จะรู้จักวิธีตรวจสุขภาพของธุรกิจ มากกว่าตนเองเช่นกัน ทั้งที่ร่างกายของเราเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเรา !
แต่เรากับไม่เคยทำความเข้าใจ ระบบการทำงานและวิธีดูแลรักษาที่ถูกต้อง ทุกวันนี้เราดูแลรถยนต์มากกว่าร่างกายตัวเองเสียอีก เราไม่เคยเข้าสถานีเติมน้ำมันเถื่อน แม้จะราคาถูกกระเป๋า ไม่ใช้น้ำมันเครื่องปลอม คอยดูป้องกันรอยขีดข่วนที่สีรถ รู้ว่าเมื่อใดต้องเข้าศูนย์ไปตรวจเช็ค (ต้องเติมน้ำมันเบนซินหรือดีเซล อ็อกเทน 91 หรือ 95) แต่ไม่เคยรู้ว่า อาหารประเภทที่เหมาะกับร่างกายมากที่สุดคืออะไร วิธีดูแลรักษาเครื่องยนต์ในตัวให้ใช้ได้ทนนานทำได้อย่างไร เราไม่เคยทราบ (กลับดำรงชีวิตในแบบที่ทำ) ให้อะไหล่ในตัวพังก่อนกำหนด ทั้งที่ไม่สามารถหามาเปลี่ยนได้ ต่างจากอะไหล่รถยนต์ที่มีเป็นล้านชิ้น แต่กลับดูแลอย่างดี !
3. วิธีการสร้างความสุขในชีวิต
เนื่องจากพวกเราทุกคน ส่วนใหญ่ต่างก็มีเวลาอยู่บนโลกนี้ได้ไม่เกินคนละ 30,000 วันเท่านั้น (1 ปี = 365 วัน ดังนั้น 100 ปี ก็คือ 36,500 วัน) คำถามก็คือ ทำอย่างไรเราจะมีจิตที่มีความสุขได้ทุกวันโดยไม่ต้องมีเงื่อนไขจากปัจจัยภายนอก ไม่ต้องรอคนมาเอาใจ จึงจะมีความสุข เพราะถ้าวันใดเขาเปลี่ยนไป เราก็จะเป็นทุกข์ หรือ ไม่ก็มัวแต่บ้างาน ต่อสู้ แก่งแย่งแข่งขันกัน แล้วต้องรอให้มีสตางค์มากๆในวันที่เกษียณอายุแล้วค่อยมีความสุข ซึ่งถ้าทั้งถึงวันนั้นของชีวิตยังไม่ทันมาถึง กลับเป็นมะเร็งไปเสียก่อน ก็เท่ากับขาดทุนทั้งชีวิต
(อ่านรายละเอียดของหัวข้อนี้ในหน้า วิธีสร้างความสุข )
ผู้สอน : อ.มาศ เคหาสน์ธรรม (ประธานสถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย)
ช่วงระยะเวลาที่เรียน : จำนวน 3 ครั้ง (วันอาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 13.00น.-18.00น. วันอาทิตย์ กำหนดการ : อาทิตย์ 13,20,27ธ.ค.52
สถานที่สัมมนา : อา. 13 ธ.ค.52 อาคารทิปโก้ ถ.พระราม6 อา. 20 ธ.ค. 52 ม.ราชภัชสวนดุสิต อา. 10 ม.ค. 53 อาคารทิปโก้ ถ.พระราม6
(แผนงานดังกล่าว อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม)
อัตราค่าเรียน : 4,000 บาท สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนและโอนเงินล่วงหน้า 4,500 บาท สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนหน้างาน
(เพื่อทราบจำนวนที่แน่นอนในการที่จะอำนวยความสะดวก การจัดเตรียมสถานที่ เอกสารและอาหารว่าง)
สอบถามเพิ่มเติมหรือลงทะเบียน : โทร 086-0984475 คุณเพ็ชรมณี หรือที่ www.100fs.com
การจองสัมมนา
โปรดโอนค่าสัมมนาตามบัญชีที่ระบุ แล้ว Fax ใบ Pay-in พร้อมทั้ง ชื่อ-นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ของท่านมาที่ 02-630-6090
*เพื่อประโยชน์ของท่าน กรุณาพิมพ์หรือเขียนชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ของท่าน ด้วยตัวบรรจงอย่างชัดเจน *
ชื่อบัญชี นส.เพ็ชรมณี รัตนธนาวัฒน์ ประเภทบัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี ดังต่อไปนี้ - ธ. กรุงไทยฯ สาขาย่อย อาคารสเตททาวเวอร์ เลขที่ 687-0-00089-1 - ธ. กรุงเทพ สาขาบางรัก ออมทรัพย์ เลขที่ 242-0-31436-7 - ธ. กสิกรไทย สาขาบางรัก ออมทรัพย์ เลขที่ 014-2-61771-4 - ธ. ไทยพาณิชย์ สาขาบางรัก ออมทรัพย์ เลขที่ 054-2-46411-8
******** เปิดสอนเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ********
ความคิดเห็นจากผู้ที่เคยเรียนในหลักสูตรนี้
*** ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะเป็นเรื่องที่สามารถที่จะเอาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ตลอดทั้งชีวิตด้วย ถ้าการที่ได้เรียนรู้ในเรื่องนี้ จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการเจ็บป่วยจากโรคแปลกๆที่คนสมัยใหม่กำลังฮิตเป็นกัน อย่างเช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดัน หรือโรคหัวใจ เพียงแค่นี้ก็คุ้มแล้วครับ ขอขอบคุณท่านอาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม สำหรับการนำความรู้ดีๆมาถ่ายทอดได้อย่างน่าสนใจในเรื่องการดูแลสุขภาพนี้ครับ
*** ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ใส่ใจในเรื่องการการดูแลสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง ทานชีวจิต เน้นผักผลไม้มากๆ กินวิตามิน อาหารเสริม เล่นกีฬาเป็นประจำ แต่ก็ดีขึ้นระดับหนึ่ง ไม่ได้เห็นผลชัดเจน แถมร่างกายบางด้านกลับยิ่งแย่ลง เมื่อมาเรียนกับอาจารย์มาศจึงได้เข้าใจว่า สิ่งที่คิดว่าถูกต้องในเรื่องการรักษาสุขภาพกลับผิดเกือบหมด จึงเข้าใจเลยว่าทำไมจึงยังไม่แข็งแรงอย่างที่ต้องการ แถมวิธีการของอาจารย์มาศก็ง่ายๆ ไม่ต้องเคร่งครัดกินแต่ผัก ห้ามกินเนื้อ ห้ามไข่ หรือกะทิแบบที่หมอทั่วไปแนะนำ รู้สึกว่าสุขภาพดีขึ้นมาก เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มาศมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
กลับไปหน้าหลัก ฮวงจุ้ย | |
Permanent Link
|
2009-Dec-11 - หลักสูตร * อี้จิง...ศาสตร์การจับยามเพื่อการทำนายเหตุการณ์แบบฉับพลัน*
หลักสูตร * อี้จิง...ศาสตร์การจับยามเพื่อการทำนายเหตุการณ์แบบฉับพลัน*
ประวัติที่มาของวิชาจับยามดอกเหมย...จิตสัมผัส
ปรมาจารย์ผู้คิดค้นวิชานี้ท่านมีนามว่า...เส้าคังเจี๋ย เกิดในสมัยซ้อง (ราวปี ค.ศ.1011) ชื่อจริงคือเซ่าหย่ง เป็นคนมณฑลเหอหนาน โดยเป็นถึงหนึ่งในห้าของบัณฑิตในสมัยดังกล่าว ท่านเป็นนักปรัชญาที่มีความรู้ทั้งด้านอี้จิง ลัทธิเต๋า โดยได้แต่งตำราไว้หลายเล่มโดยเฉพาะเล่มที่มีชื่อว่า เหมยฮวาอี้ซู่ ถือว่าเป็นสุดยอดคัมภีร์ในการพยากรณ์แบบจับยามเล่มหนึ่งที่ซินแสทุกคนควรต้องศึกษา โดยเหตุผลที่มาของชื่อวิชานี้นั้น เกิดขึ้นในขณะที่ท่านปรมาจารย์เส้าคังเจี๋ยนั่งชมสวนดอกเหมยที่กำลังผลิบานอยู่กับเพื่อน ได้มีนกกระจอก 2 ตัวจิกตีกัน ทำให้กิ่งเหมยตกลงมาตรงหน้าท่านอาจารย์พอดี เพื่อนของท่านจึงกล่าวขึ้นมาขอให้ท่านอาจารย์ลองทำนายเหตุการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากนิมิตดังกล่าว เนื่องจากเคยได้ยินท่านอาจารย์กล่าวไว้ว่า หากไม่มีเหตุนิมิต จะไม่วางกาลชะตาพยากรณ์
ท่านอาจารย์จึงได้ลงมือคำนวณปราณฟ้าจากนิมิตนกกระจอก ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลา บ่าย 3 โมงเศษ ของปีมะโรง (辰) เดือน 12 (十二月) วันที่ 17 ตามจันทรคติของจีน (十七日) ยามวอก (申時)
โดยการขึ้นข่วยแบบจับยามดอกเหมย จะมีขั้นตอน ดังนี้
1. เอา ปี เดือน วัน บวกกัน แล้วหารด้วย 8 (เพราะข่วย มี 8 ลักษณ์) ได้เศษเท่าใดก็จะได้เป็น ข่วยชุดบน
โดย การนับลำดับข่วย จะเป็นดังนี้ 1 เคี้ยง 2 ต๋วย 3 ลี้ 4 จิ้ง 5 สุ่ง 6 ขั่ม 7 กึ่ง 8 คุง ถ้าหารลงตัว ให้เท่ากับได้ข่วยที่ 8
2. เอา ปี เดือน วัน กับเวลา บวกรวมกัน แล้วหาร 8 ได้เศษจะเป็นข่วยชุดล่าง (ขั้นตอนเหมือนข้อ 1)
ในวันที่จับยามนั้นเป็นปีมะโรง ซึ่งเป็นนักษัตรลำดับที่ 5 เดือนจีน 12 วันที่ 17 ของจีน เท่ากับ 5+12+17 = 34/8 = 4 เศษ 2
ดังนั้น ได้ข่วยบนคือ ต๋วย
สำหรับข่วยล่าง ก็นำวัน เดือน ปี ที่ได้มีการรวมไว้แล้วบวกเพิ่ม เวลายาม ซิม 申 (รหัส9) นั่นคือ 34 + 9 = 43 หาร 8 ได้เศษ 3 คือข่วยลี้
ต่อจากนั้นจึงหาเส้นเปลี่ยน แล้วจะได้ข่วยผลลัพธ์ออกมา (ขอลัดขั้นตอนไปที่ผลลัพธ์)
เมื่อตั้งข่วยได้แล้ว ท่านอาจารย์เส้าคังเจี่ย ได้พยากรณ์ว่า ในช่วงค่ำจะมีหญิงสาววัยรุ่นแอบเข้ามาขโมยเด็ดดอกเหมย แต่ถูกเจ้าหน้าที่เห็นเข้า จึงวิ่งไล่จะจับเธอ ทำให้หญิงคนนั้นตกใจวิ่งหนีหกล้มโดยจะได้รับบาดเจ็บที่น่องเล็กน้อย แต่ก็สามารถหลบหนีไปได้
ซึ่งในที่สุดคำพยากรณ์ดังกล่าวก็เป็นความจริงทุกประการ ทั้งลำดับเรื่องราว เหตุการณ์ และช่วงเวลาตามที่ได้ทำนายไว้ จึงทำให้วิชาดังกล่าวมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาในชื่อของ วิชาจับยามระบบดอกเหมย
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ที่ท่านปรมาจารย์วินเซนต์ โก๊ะ ซินแสชื่อดังของประเทศสิงคโปร์ จะเดินทางมาสอนวิชาจับยามทั้งระบบลิ่วเหยา(ข่วยทั้ง 6 เส้น) และระบบเหมยฮัว (จับยามดอกเหมย...จิตสัมผัส) ดังกล่าว
แปลไทยตลอดทั้งหลักสูตรโดย อ.มาศ เคหาสน์ธรรม
ช่วงระยะเวลาที่เรียน : จำนวน 2 ครั้ง ตั้งแต่เวลา 10.00น.-18.00น.
กำหนดการ : วันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 26,27 ธ.ค.52
อัตราค่าเรียน : 7500 บาท (รวมค่าไพ่อี้จิง 64 ใบ ที่อาจารย์วินเซนต์เป็นผู้คิดค้น) สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนชำระเงินล่วงหน้า หรือ 8500 บาท สำหรับผู้ลงทะเบียนและชำระเงินหน้างาน
(ผู้เรียนจะต้องมีพื้นฐานความรู้ดวงจีน 10 ราศีบน / 12 ราศีล่าง / การภาคี พิฆาต ปะทะ ชง ของราศีบนและล่าง ไม่ต้องมีความรู้ฮวงจุ้ย ไม่จำเป็นต้องรู้ภาษาอังกฤษและภาษาจีนใดๆ)
สอบถามเพิ่มเติมหรือลงทะเบียน : โทร 089-014 6888, 086-0984475 คุณเพ็ชรมณี หรือที่ www.100fs.com
กลับไปหน้าหลัก ฮวงจุ้ย |
Permanent Link
|
2009-Nov-5 - ทำไมยิ่งกินน้ำมากๆ กลับยิ่งทำให้สุขภาพเสีย จริงหรือ?
| หลักสูตร "การรักษาสุขภาพด้วยภูมิปัญญาจีนชั้นสูง ผนวก วิทยาการล่าสุดของการแพทย์ตะวันตก |
เนื่องจากวิทยาการทางการแพทย์ของตะวันตกนั้น เพิ่งมีพัฒนาการมาเพียงช่วง 30 40 ปี เท่านั้นเอง แม้จะรวดเร็วแต่ยังไม่ครอบคลุม ลึกซึ้ง และถูกต้องทั้งหมด เช่น เวลาที่ท้องเสีย ก็เคยแนะนำให้กินยาโลโมติ้ว ไปบังคับให้ลำไส้หยุดบีบตัว กินกันมาเป็นสิบๆปี ต่อมาก็วิจัยพบว่าการทำเช่นนี้จะเป็นโทษอย่างรุนแรง เพราะการท้องเสียนั้น แท้ที่จริงแล้วก็คือ กลไกที่ร่างกายดูดน้ำเข้าไปล้างเชื้อโรคออกจากลำไส้ หากกินยาเข้าไปทำให้ลำไส้หยุดบีบตัว ก็กลับยิ่งจะทำให้เชื้อโรคอยู่ในลำไส้นานยิ่งขึ้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จนสุดท้ายต้องยกเลิกยาชนิดนี้ไป
นอกจากนี้ก็ยังมีความรู้ผิดๆทางการแพทย์ของตะวันตกอีกเป็นจำนวนมาก เช่น การแนะนำให้ดื่มนมมากๆแล้วบอกว่าจะดีกับสุขภาพ ทั้งที่จริงแล้วมีโทษมากกว่าประโยชน์ เพราะยิ่งดื่มนมกลับยิ่งจะกระดูกพรุน เนื่องจากในร่างกายของเรามีสัดส่วนของแคลเซี่ยมต่อแมกนีเซียม ในอัตรา 2:1 แต่นมนั้นมีแต่แคลเซี่ยมไม่มีแมกนีเซียม เมื่อดื่มเข้าไปจะทำให้สัดส่วนของธาตุทั้งสองในเลือดไม่สมดุล จึงไปดึงแคลเซี่ยมออกจากกระดูกมาปรับสมดุล จึงเป็นโรคกระดูกพรุนเพราะขาดแมกนีเซียม แถมยังทำให้เป็นฝ้าบนใบหน้าด้วย
ในขณะที่วิธีการดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาจีนนั้น ได้พัฒนาแล้วกว่า 5,000 ปี ซึ่งทดสอบและยืนยันถึงความถูกต้องของหลักวิชา ดังจะเห็นได้ว่าหมอจีนนั้นทุกคนจะอายุยืนกว่าคนทั่วไป หลายๆท่านอายุถึง 90 ปีแล้ว ยังสามารถทำหน้าที่รักษาคนไข้ได้ แถมไม่ต้องใส่แว่นอีกด้วย ส่วนแพทย์แผนปัจจุบันนั้นอายุยืนกว่าคนทั่วไปหรือไม่ ซึ่งก็เป็นการพิสูจน์ได้ง่ายๆ
เนื้อหาที่สอน
1. ทำไมยิ่งกินน้ำมากๆ กลับยิ่งทำให้สุขภาพเสีย จริงหรือ? 2. กินผลไม้มากๆ กลับส่งผลเสีย กินวิตามินก็ยิ่งแย่ 3. อายุมากขึ้นจำเป็นต้องสายตายาวขึ้นด้วยหรือไม่ จะแก้ไขอย่างไร 4. โรคความดันโลหิตสูง จะต้องกินยาคุมตลอดชีวิตจริงหรือ 5. รักษาโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจให้หายขาด โดยไม่ต้องพึ่งหมอ 6. ยิ่งดื่มนมยิ่งกระดูกพรุน กับมหัศจรรย์ที่วัวกินแต่หญ้า กลับผลิตโปรตีนและแคลเซี่ยมได้ 7. จริงหรือไม่ สำหรับคนที่ไม่เคยเจ็บป่วยมาหลายปี กลับจะไม่มีโรคภัยหนักแอบแฝงในตัว 8. อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ แก้ไขได้อย่างไร 9. ผู้หญิงที่หมดประจำเดือน จำเป็นต้องเกิดอาการวัยทองหรือไม่ 10. เทคนิคการลดความอ้วนโดยไม่ต้องอดอาหาร 11. ความเป็นไปได้ที่จะมีอายุไขถึง 128 ปี แบบที่สุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย และเสื่อมชรา 12. กลไกการแตกตัวของเซลที่จะทำให้เจ็บป่วย ความเสื่อม หรือแข็งแรง 13. การค้นพบครั้งล่าสุดของวงการแพทย์กับเคล็ดลับของการมีสุขภาพดี : มหัศจรรย์แห่งการสร้างสมดุลของกรดด่างในเลือด 14. วิธีการจัดเรียงระเบียบของธาตุเหล็กในเม็ดเลือด เพื่อเพิ่มความสามารถในการนำออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลทุกอณู 15. ทำอย่างไรจะไม่แก่ ใบหน้าเต่งตึงไม่เหี่ยวย่น และได้ผลดีกว่าการใช้เครื่องสำอาง

เนื้อหาครอบคลุม 3 เรื่องใหญ่ คือ
1. การรักษาสุขภาพด้วยยาที่อยู่ในตัวของเราเอง
เพื่อแก้ไขอาการเจ็บป่วย โดยใช้ยาที่อยู่ในตัวของเราเอง ซึ่งเป็นยาที่ดีที่สุดในโลก เพราะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ โดยการฝึกจัดระเบียบพลังงานในตัว ให้ประจุในร่างกาย เหมือนกับที่เราใช้สายไฟไปพันรอบตะปู เมื่อต่อเข้ากับถ่านไฟฉายก็สามารถกลายเป็นแม่เหล็กที่มีพลังดูดเหล็กได้ (อ่านรายละเอียดของหัวข้อนี้ในหน้า การรักษาสุขภาพด้วยยาภายใน)
2. วิธีการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
คือการเรียนรู้และทำความเข้าใจธรรมชาติดั้งเดิมของร่างกายเรา เพื่อที่จะรู้จักวิธีในการดูแล ทะนุถนอมให้ถูกต้อง เนื่องจากทุกวันนี้ ระบบการศึกษาของโลกเรา ค่อนข้างผิดเพี้ยน สอนให้เราเข้าใจแต่สิ่งภายนอก ไม่เคยสอนให้เราเข้าใจภายใน เหมือนดังเช่น คนที่เรียนจบมาทางด้านวิศวกรรมก็จะรู้จักวิธีการดูแลรักษาสุขภาพของเครื่องจักรมากกว่าสุขภาพของตัวเอง หรือคนที่เรียนด้านบัญชี ก็จะรู้จักวิธีตรวจสุขภาพของธุรกิจ มากกว่าตนเองเช่นกัน ทั้งที่ร่างกายของเราเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเรา !
แต่เรากับไม่เคยทำความเข้าใจ ระบบการทำงานและวิธีดูแลรักษาที่ถูกต้อง ทุกวันนี้เราดูแลรถยนต์มากกว่าร่างกายตัวเองเสียอีก เราไม่เคยเข้าสถานีเติมน้ำมันเถื่อน แม้จะราคาถูกกระเป๋า ไม่ใช้น้ำมันเครื่องปลอม คอยดูป้องกันรอยขีดข่วนที่สีรถ รู้ว่าเมื่อใดต้องเข้าศูนย์ไปตรวจเช็ค (ต้องเติมน้ำมันเบนซินหรือดีเซล อ็อกเทน 91 หรือ 95) แต่ไม่เคยรู้ว่า อาหารประเภทที่เหมาะกับร่างกายมากที่สุดคืออะไร วิธีดูแลรักษาเครื่องยนต์ในตัวให้ใช้ได้ทนนานทำได้อย่างไร เราไม่เคยทราบ (กลับดำรงชีวิตในแบบที่ทำ) ให้อะไหล่ในตัวพังก่อนกำหนด ทั้งที่ไม่สามารถหามาเปลี่ยนได้ ต่างจากอะไหล่รถยนต์ที่มีเป็นล้านชิ้น แต่กลับดูแลอย่างดี !
3. วิธีการสร้างความสุขในชีวิต
เนื่องจากพวกเราทุกคน ส่วนใหญ่ต่างก็มีเวลาอยู่บนโลกนี้ได้ไม่เกินคนละ 30,000 วันเท่านั้น (1 ปี = 365 วัน ดังนั้น 100 ปี ก็คือ 36,500 วัน) คำถามก็คือ ทำอย่างไรเราจะมีจิตที่มีความสุขได้ทุกวันโดยไม่ต้องมีเงื่อนไขจากปัจจัยภายนอก ไม่ต้องรอคนมาเอาใจ จึงจะมีความสุข เพราะถ้าวันใดเขาเปลี่ยนไป เราก็จะเป็นทุกข์ หรือ ไม่ก็มัวแต่บ้างาน ต่อสู้ แก่งแย่งแข่งขันกัน แล้วต้องรอให้มีสตางค์มากๆในวันที่เกษียณอายุแล้วค่อยมีความสุข ซึ่งถ้าทั้งถึงวันนั้นของชีวิตยังไม่ทันมาถึง กลับเป็นมะเร็งไปเสียก่อน ก็เท่ากับขาดทุนทั้งชีวิต
(อ่านรายละเอียดของหัวข้อนี้ในหน้า วิธีสร้างความสุข )
ผู้สอน : อ.มาศ เคหาสน์ธรรม (ประธานสถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย)
ช่วงระยะเวลาที่เรียน : จำนวน 3 ครั้ง (วันอาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 13.00น.-18.00น. วันอาทิตย์ กำหนดการ : อาทิตย์ 13,20,27ธ.ค.52
สถานที่สัมมนา : อา. 13 ธ.ค.52 อาคารทิปโก้ ถ.พระราม6 อา. 20 ธ.ค. 52 ม.ราชภัชสวนดุสิต อา. 27 ธ.ค. 52 อาคารทิปโก้ ถ.พระราม6
(แผนงานดังกล่าว อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม)
อัตราค่าเรียน : 4,000 บาท สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนและโอนเงินล่วงหน้า 4,500 บาท สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนหน้างาน
(เพื่อทราบจำนวนที่แน่นอนในการที่จะอำนวยความสะดวก การจัดเตรียมสถานที่ เอกสารและอาหารว่าง)
สอบถามเพิ่มเติมหรือลงทะเบียน : โทร 086-0984475 คุณเพ็ชรมณี หรือที่ www.100fs.com
การจองสัมมนา
โปรดโอนค่าสัมมนาตามบัญชีที่ระบุ แล้ว Fax ใบ Pay-in พร้อมทั้ง ชื่อ-นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ของท่านมาที่ 02-630-6090
*เพื่อประโยชน์ของท่าน กรุณาพิมพ์หรือเขียนชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ของท่าน ด้วยตัวบรรจงอย่างชัดเจน *
ชื่อบัญชี นส.เพ็ชรมณี รัตนธนาวัฒน์ ประเภทบัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี ดังต่อไปนี้ - ธ. กรุงไทยฯ สาขาย่อย อาคารสเตททาวเวอร์ เลขที่ 687-0-00089-1 - ธ. กรุงเทพ สาขาบางรัก ออมทรัพย์ เลขที่ 242-0-31436-7 - ธ. กสิกรไทย สาขาบางรัก ออมทรัพย์ เลขที่ 014-2-61771-4 - ธ. ไทยพาณิชย์ สาขาบางรัก ออมทรัพย์ เลขที่ 054-2-46411-8
******** เปิดสอนเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ********
ความคิดเห็นจากผู้ที่เคยเรียนในหลักสูตรนี้
*** ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะเป็นเรื่องที่สามารถที่จะเอาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ตลอดทั้งชีวิตด้วย ถ้าการที่ได้เรียนรู้ในเรื่องนี้ จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการเจ็บป่วยจากโรคแปลกๆที่คนสมัยใหม่กำลังฮิตเป็นกัน อย่างเช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดัน หรือโรคหัวใจ เพียงแค่นี้ก็คุ้มแล้วครับ ขอขอบคุณท่านอาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม สำหรับการนำความรู้ดีๆมาถ่ายทอดได้อย่างน่าสนใจในเรื่องการดูแลสุขภาพนี้ครับ
*** ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ใส่ใจในเรื่องการการดูแลสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง ทานชีวจิต เน้นผักผลไม้มากๆ กินวิตามิน อาหารเสริม เล่นกีฬาเป็นประจำ แต่ก็ดีขึ้นระดับหนึ่ง ไม่ได้เห็นผลชัดเจน แถมร่างกายบางด้านกลับยิ่งแย่ลง เมื่อมาเรียนกับอาจารย์มาศจึงได้เข้าใจว่า สิ่งที่คิดว่าถูกต้องในเรื่องการรักษาสุขภาพกลับผิดเกือบหมด จึงเข้าใจเลยว่าทำไมจึงยังไม่แข็งแรงอย่างที่ต้องการ แถมวิธีการของอาจารย์มาศก็ง่ายๆ ไม่ต้องเคร่งครัดกินแต่ผัก ห้ามกินเนื้อ ห้ามไข่ หรือกะทิแบบที่หมอทั่วไปแนะนำ รู้สึกว่าสุขภาพดีขึ้นมาก เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มาศมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
กลับไปหน้าหลัก ฮวงจุ้ย | |
Permanent Link
|
2009-Sep-19 - หลักการของฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง
| หลักการของฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง |
หลักการของฮวงจุ้ย...เป็นวิชาที่ว่าด้วยสูตรลับในการคำนวณกระแสพลัง ที่นักปราชญ์ชาวจีนในอดีตได้คิดค้นขึ้น เพื่อหาหนทางที่จะเหนี่ยวนำพลังงานของสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวให้มาเสริมคน ซึ่งกระแสพลังเหล่านี้ ก็คือพลังงานของแม่เหล็กโลกที่ห่อหุ้มโลกทั้งใบไว้ เนื่องจากมนุษย์ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางสนามพลังของแม่เหล็กโลกอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทั้งชีวิตของเรา...

คนส่วนมากเข้าใจว่า ฮวงจุ้ยเป็นเรื่องของสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ และมีลักษณะที่เป็นส่วนหนึ่งของลัทธิ ศาสนา หรือเป็นความเชื่องมงายของคนโบราณ ที่ไม่สามารถหาเหตุและผลที่แท้จริงได้ เนื่องจากหนังสือฮวงจุ้ยทั่วไปที่วางขายอยู่ในท้องตลาด ก็ล้วนแล้วแต่มีลักษณะของการรวบรวมสารพัดความเชื่อ เช่น การติดเสือคาบดาบ หรือกระจกแปดทิศ(โป๊ยข่วย) การตั้งตุ๊กตาสัตว์นำโชค เครื่องรางของขลังแก้เคล็ด การไหว้เจ้าขอพรตามศาล หรือทำพิธีกรรมต่างๆ จนทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดคิดว่าวิชาฮวงจุ้ยคือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว จึงเกิดความงมงาย ยึดติดกับความเชื่อผิดๆ และไม่สามารถนำมาใช้เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตได้อย่างแท้จริง
หลักการของฮวงจุ้ยที่ถูกต้องนั้น เป็นวิชาที่ว่าด้วยสูตรลับในการคำนวณกระแสพลัง เพื่อหาหนทางที่จะเหนี่ยวนำพลังงานของสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวให้มาเสริมคน ซึ่งกระแสพลังเหล่านี้แท้ที่จริงแล้วก็คือพลังงานของสนามแม่เหล็กโลกที่ห่อหุ้มบ้านทั้งหลังเอาไว้ เนื่องจากมนุษย์ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางสนามพลังของแม่เหล็กนี้อยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทั้งชีวิตของเรา
ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์ มีการค้นพบว่าในตัวมนุษย์มีกระแสแม่เหล็กและไฟฟ้าอ่อนๆอยู่ภายในร่างกายทุกคน โดยในเลือดจะมีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบหลัก เพราะพลังของแม่เหล็กของโลกจะกระตุ้นให้ธาตุเหล็กในเม็ดเลือดเปลี่ยนสภาพให้เป็นแม่เหล็กอ่อนๆ ที่มีลักษณะเป็นทั้งขั้วบวกและขั้วลบในตัว โดยใช้เป็นกลไกในการส่งผ่านสารอาหาร ออกซิเจน ข้อมูลคำสั่งไปยังเซลและอวัยวะทุกส่วน ถ้าประจุไฟฟ้านี้มีการจัดเรียงเป็นระเบียบ ก็จะทำให้โลหิตมีการหมุนเวียนดี สามารถนำสารอาหารและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเซลได้ดีขึ้น จึงทำให้สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ประจุมีการเรียงตัวที่สับสนก็จะทำให้เกิดความเจ็บป่วยต่างๆนานา
เพราะเหตุที่บ้านของเราทุกคน ต่างก็สร้างอยู่ท่ามกลางสนามพลังของแม่เหล็กโลก โดยที่บ้านแต่ละหลังก็จะหันทำมุมกับเส้นแรงของแม่เหล็กที่แตกต่างกัน จึงได้รับพลังงานที่ไม่เหมือนกันเข้ามาอยู่ในบ้าน และด้วยเหตุที่ว่าพวกเราใช้ชีวิตอยู่ในบ้านวันละ8-10ชั่วโมงทุกวัน พลังของแม่เหล็กโลกที่สะสมตัวในบ้านจึงได้มีอิทธิพลต่อชีวิตของคนเป็นอย่างมากข้างมาก ถึงขั้นพลิกดีมากๆให้เป็นร้ายสุดๆได้เลยทีเดียว
วิธีการจัดฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง จึงเริ่มต้นด้วยการวัดองศาว่าบ้านของเราทำมุมอย่างไรกับกระแสพลังแม่เหล็กโลก แล้วนำมาเข้าสูตรการคำนวณทางพลังงานโบราณ จึงจะรู้ได้ว่าประตูบ้านของเราเหนี่ยวนำพลังดีหรือพลังร้ายเข้ามาในบ้าน พลังนั้นจะส่งผลดีหรือผลร้าย (ซึ่งสูตรที่ถูกต้องนั้นจะถูกเก็บงำไว้เป็นความลับสุดยอด ไม่เคยมีการเปิดเผยออกมาสู่สาธารณะชน)
หากพลังที่เข้ามาเป็นพลังที่ดี ก็จะกระตุ้นให้คนที่อยู่อาศัยในบ้านหลังนั้นเป็นประจำ เกิดความคิดใหม่ๆที่สอดคล้องกับจังหวะและโอกาสภายนอก ทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง แต่หากว่าเป็นพลังร้าย ก็จะเข้ามาเบี่ยงเบนการคิดหรือการกระทำ ให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาดไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ภายนอก ลงทุนผิดจังหวะ ซื้อหุ้นไม่ถูกตัว หรือไม่มีโอกาสดีๆเข้ามาในชีวิต จึงเป็นที่มาของความล้มเหลว เสียหาย ล่มจม
ฮวงจุ้ย...หรือพลังของสิ่งแวดล้อมจึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อชะตาชีวิตเป็นอย่างมาก แต่กลับเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรับรู้ ! เวลาที่เกิดเหตุการณ์ดีร้าย ก็กลับคิดไปว่าเป็นเรื่องของบุญหรือกรรมเก่า
ถ้าเราสามารถเอาพลังจากสภาพแวดล้อมมาเสริมพลังของเราได้(หรือก็คือการมีฮวงจุ้ยที่ดีนั่นเอง) ชีวิตก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีได้เช่นเดียวกัน เขาเรียกว่าเอาชะตาดินไปแก้ชะตาฟ้า
วิชาฮวงจุ้ย จึงเป็นเคล็ดลับสำคัญในการปรับแก้ชะตากรรมโดยไม่ต้องยอมจำนนต่อลิขิตฟ้า ที่ปราชญ์ได้คิดค้นขึ้นเพื่อเปิดทางให้แก่ผู้ที่มีความขยันหมั่นเพียรและเปี่ยมด้วยคุณธรรม แต่กลับยังไม่ได้รับความสำเร็จ เพราะขาดชะตาฟ้าสนับสนุน ให้ได้มีโอกาสลิ้มรสความสำเร็จของชีวิต ส่วนผู้ที่ถึงพร้อมด้วยชะตามนุษย์ ชาตะฟ้า และชะตาดิน จึงเปรียบประดุจเสือติดปีก ชีวิตจะเหมือนนั่งอยู่บนยอดคลื่นได้รับการสนับสนุนให้ได้รับความสำเร็จ ผลลัพธ์สูงสมดังใจปรารถนา ถึงขั้นพลิกชะตา
การที่จะได้มีโอกาสพบกับซินแสที่รู้จริง จึงถือเป็นเรื่องของวาสนาของแต่ละบุคคล ยิ่งจะหาอาจารย์ที่รู้จริงแล้วมีจิตใจที่จะยินดีถ่ายทอด เปิดเผยเคล็ดลับสูตรการคำนวณพลังที่ถูกต้อง จึงเป็นสิ่งที่แทบจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลยในอดีต แต่ในปัจจุบัน โอกาสที่จะสามารถเข้าถึงวิชาขั้นสูงเริ่มเปิดกว้างขึ้น
สถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย ได้รับการก่อตั้งขึ้นโดยท่านอาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม ซึ่งจบการศึกษาในระดับปริญญาโท จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จการศึกษาในระดับประเทศหลายสาขา มีความเชี่ยวชาญทั้งในคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเคยชนะเลิศการประกวดแผนการตลาดที่หนึ่งของประเทศ ได้รับรางวัลโล่พระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ซึ่งแสดงถึงความเป็นผู้ใฝ่รู้และค้นคว้าศึกษาอย่างเอาจริงเอาจังให้ถึงแก่นในทุกสาขาที่สนใจ เมื่อท่านอาจารย์ได้หันมาทุ่มเทศึกษาวิชาฮวงจุ้ยอย่างเอาจริงเอาจังกว่า 20 ปี โดยเดินทางไปเรียนกับปรมาจารย์ทางฮวงจุ้ยระดับโลกหลายท่าน จนเข้าใจถึงหลักวิชาได้อย่างลึกซึ้ง และได้พบว่าแท้ที่จริงแล้ววิชาฮวงจุ้ยมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ และมีเหตุผลในเชิงตรรกวิทยารองรับ ไม่ใช่เรื่องของความเชื่อในทางไสยศาสตร์อย่างที่คนทั่วไปเข้าใจกัน และได้พิสูจน์แล้วด้วยตัวของท่านเอง ทำให้ประสบผลสำเร็จ มีความเจริญรุ่งเรือง จนมีความเชื่อมั่นในความถูกต้องของหลักวิชา จึงได้มีปณิธานที่จะนำภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของโบราณ มาเปิดสอนให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ให้นำไปปรับปรุงแก้ไขชะตาชีวิตของตนเองได้
ยังได้คิดค้นวิธีการที่จะกระตุ้นโชคลาภที่ถูกต้อง เหนี่ยวนำพลังงานที่ดีประจำปีเข้ามาหล่อเลี้ยงคนให้สามารถคิดได้สอดคล้องกับจังหวะและโอกาสอยู่เสมอ จึงทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องไปไหว้เจ้า หรือทำพิธีกรรมใดๆ ซึ่งก็จะเป็นวิธีการง่ายๆ และใช้สิ่งที่มีอยู่ภายในบ้านได้เกือบทั้งหมด โดยไม่ต้องทุบรื้อให้เสียค่าใช้จ่ายสูงๆแต่อย่างใด แถมไม่ต้องตั้งเจ้าที่ ศาลพระภูมิ ติดกระจกโป๊ยข่วย เสือคาบดาบ รูปปั้นเทพเจ้า ติดยันต์ต่างๆ และไม่ต้องมีการทำพิธีกรรมใดๆทั้งสิ้น โดยเมื่อจัดฮวงจุ้ยไปแล้วก็ควรที่จะสามารถวัดผลได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ไม่ใช่ต้องรอเป็นปีๆ หรืออ้างว่าที่ไม่ได้จัดแล้วไม่ได้ผล เป็นเพราะกรรมเจ้าตัวมีกรรมเก่ามากฮวงจุ้ยจึงช่วยไม่ได้ ยกเว้นแต่เหตุการณ์เลยร้ายไปถึงขั้นตรีทูตจริงๆ จึงจะช่วยไม่ได้
ดังนั้น...โดยทั่วไปถ้าหากว่าได้เชิญซินแสไปช่วยจัดฮวงจุ้ยแล้ว หลังจากนั้นช้าที่สุดไม่เกิน 3 เดือน ถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แสดงว่าอาจจะมีบางขั้นตอนที่กระทำไม่ถูกต้อง ก็ขอแนะนำให้ติดต่อกลับไปหาซินแสที่ท่านปรึกษาว่ามีส่วนไหนที่ยังมีความบกพร่องอยู่ เพราะว่าหลักวิชานั้นไม่เคยผิด...มีแต่ว่าคนรู้มาผิดๆ หรือนำไปใช้ไม่ถูก จึงขึ้นอยู่กับว่าเราจะรู้หลักวิชาครบถ้วนหรือไม่ กระทำได้ตามเงื่อนไขหรือเปล่า
เช่น อาจารย์แนะนำให้ทำ 3 อย่างคือ ตั้งน้ำพุ โคมไฟ และต้นไม้ ตามฤกษ์ที่กำหนดให้ แต่พอถึงเวลากลับตั้งแต่เพียงน้ำพุ พออีก 7 วันก็ค่อยตั้งโคมไฟ แล้วอีก 10 วัน จึงตั้งต้นไม้ เพราะคิดว่าได้เริ่มต้นอันแรกแล้ว ที่เหลือถือว่าต่อเนื่อง อย่างนี้ก็คือการไม่ได้ผลเพราะเข้าใจผิด เพราะไม่ได้ตั้งทุกอย่างตามฤกษ์ ซึ่งถ้ากลัวว่าจะจักหาไม่ทัน ก็ควรที่จะขอเอาไว้หลายๆฤกษ์
แค่ถ้าทำถูกต้องและตรงตามฤกษ์แล้วก็ยังไม่ดีขึ้น อย่างนี้ก็จะต้องติดต่อกลับไปหาซินแสใหม่ แต่ถ้าหลายรอบแล้วไม่ได้เรื่องใดๆ ก็อาจถึงเวลาที่จะต้องหาหมอรักษาโรคคนใหม่
ดังนั้น...โดยทั่วไปถ้าหากว่าได้เชิญซินแสไปช่วยจัดฮวงจุ้ยแล้ว หลังจากนั้นช้าที่สุดไม่เกิน 3 เดือน ถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แสดงว่าอาจจะมีบางขั้นตอนที่กระทำไม่ถูกต้อง ก็ขอแนะนำให้ติดต่อกลับไปหาซินแสที่ท่านปรึกษาว่ามีส่วนไหนที่ยังมีความบกพร่องอยู่ เพราะว่าหลักวิชานั้นไม่เคยผิด...มีแต่ว่าคนรู้มาผิดๆ หรือนำไปใช้ไม่ถูก จึงขึ้นอยู่กับว่าเราจะรู้หลักวิชาครบถ้วนหรือไม่ กระทำได้ตามเงื่อนไขหรือเปล่า
เช่น อาจารย์แนะนำให้ทำ 3 อย่างคือ ตั้งน้ำพุ โคมไฟ และต้นไม้ ตามฤกษ์ที่กำหนดให้ แต่พอถึงเวลากลับตั้งแต่เพียงน้ำพุ พออีก 7 วันก็ค่อยตั้งโคมไฟ แล้วอีก 10 วัน จึงตั้งต้นไม้ เพราะคิดว่าได้เริ่มต้นอันแรกแล้ว ที่เหลือถือว่าต่อเนื่อง อย่างนี้ก็คือการไม่ได้ผลเพราะเข้าใจผิด เพราะไม่ได้ตั้งทุกอย่างตามฤกษ์ ซึ่งถ้ากลัวว่าจะจักหาไม่ทัน ก็ควรที่จะขอเอาไว้หลายๆฤกษ์
แค่ถ้าทำถูกต้องและตรงตามฤกษ์แล้วก็ยังไม่ดีขึ้น อย่างนี้ก็จะต้องติดต่อกลับไปหาซินแสใหม่ แต่ถ้าหลายรอบแล้วไม่ได้เรื่องใดๆ ก็อาจถึงเวลาที่จะต้องหาหมอรักษาโรคคนใหม่
กลับไปหน้าหลัก ฮวงจุ้ย
| |
Permanent Link
|
2009-Aug-6 - ไปเที่ยวก้านโจว ประเทศจีน ดูแหล่งกำเนิดวิชาฮวงจุ้ย
|
ไปเที่ยวก้านโจว ประเทศจีน ดูแหล่งกำเนิดวิชาฮวงจุ้ย
ไปถึงสนามบินก็ถูกตรวรไข้กันถึงบนเครื่องบิน
ปรมาจารย์หลี่ติงตินมอบหล่อแกให้อาจารย์มาศ

การต้อนรับในวันแรก

ท่านประธานหวูแห่งสมาคม Yang Xian Ling (Yang Gong Mountain), Ganzhou Yang Jun Song Culture Research Association นำเราไปชิมอาหารท้องถิ่น

อาจารย์หยางชี้ให้เราดูจุดที่มังกร 3 ตัวมาบันจบกัน
ท่านเจียงเจ๋อหมินก็เคยมารับพลัง

เดินขึ้นเขา Yang Xian Ling mountain (Yang Gong Mountain) ที่ปรมาจารย์หยางกงใช้พักอาศัย

ที่พักของปรมาจารย์หยางกง
หลังจากรับพลังเสร็จ ดูว่าแต่ละคนแข็งแรงแค่ไหน

อาจารย์มาศ แสดงจานวัดแดดที่คิดค้นขึ้นมา
ดูซิว่าแต่ละวันเหนื่อยขนาดไหน

แต่ละที่นั่งรถห่างกัน 2 - 3 ชั่วโมง จนต้องยอมรับว่าสมัย 1400 ปีก่อน เดินทางยังไง
กลับไปหน้าหลัก ฮวงจุ้ย |
Permanent Link
|
|
|
|
|