หลักวิชาฮวงจุ้ย.

หลักวิชาฮวงจุ้ย.
ปรึกษาด้านฮวงจุ้ย โดย อ.มาศ เคหาสน์ธรรม โทร 089-014 6888 www.fengshui100.com

• 2007-Mar-15 - ภาพอาจารย์มาศกับปรมาจารย์แต่ละท่าน

Posted in Basic

ภาพอาจารย์มาศกับปรมาจารย์แต่ละท่าน

 

ภาพของ อ.มาศ เมื่อครั้งไปเรียนวิชาเพิ่มเติมกับปรมาจารย์ในต่างประเทศแต่ละท่าน....ลองสังเกตดูว่าในสมัยก่อน ผมรูปร่างผอมเพรียวแค่ไหน

อ.มาศ เมื่อครั้งที่ไปเรียนกับอาจารย์เหลียง (Peter Leung) ในช่วงที่ท่านบินมาสอนที่สิงคโปร์ หลังจากจบหลักสูตร ก็ได้เดินทางไปเที่ยวชมเมืองด้วยกัน


ถ้าใครสนใจก็ลองตามบินไปเรียนได้ ปัจจุบันท่านกำลังเปิดสอนวิชาขี่มึ่งตุ่งกะ(ฉีเหมินตุ้นเจี่ย)ระบบที่ขงเบ้งใช้



อ.มาศ กับท่านอาจารย์หยู (Joseph Yu) ผู้เชี่ยวชาญฮวงจุ้ยระบบดาวเหิน "เฮี่ยงคงปวยแช" ซึ่งมีเคล็ดวิชาเรื่องดาวเหินที่เหินจริงๆ ต่างจากที่สอนกันอยู่ทั่วไป ซึ่งผังที่คำนวณได้ว่าดาวใดอยู่ที่ทิศไหน ก็จะตายตัวอยู่ทิศนั้นตลอดทั้ง 20ปี แต่สูตรของอาจารย์หยู สามารถนำดาวต่างๆไปอยู่ที่ทิศใดก็ได้ เรียกว่า "เคล็ดวิชาการเหนี่ยวดาวข้ามช่อง"


สนใจหาความรู้เพิ่มเติมได้ที่ http://www.astro-fengshui.com


อ.มาศ กับท่านอาจารย์วินเซนต์ (Vencent Koh) ซินแสอันดับที่1 ของสิงคโปร์



หรือสนใจที่จะเรียนหลักสูตรฮวงจุ้ยอย่างเป็นระบบ แบบที่ได้ใบประกาศนียบัตรจากมหาวิทยาลัยของรัฐบาลด้วย ก็ลองที่นี่ http://www.fengshui.com.sg


อ.มาศ กับท่านอาจารย์หลีเหยา ผู้รับสืบทอดวิชาจากปรมาจารย์ตันหยางหวู ซึ่งเป็นสายวิชาของท่านจางจ๊งซาน ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่รับใช้ปรมาจารย์เจียไต่ฮ้ง (ซินแสที่มีชื่อเสียงที่สุดในอดีตท่านหนึ่ง ผู้คนเรียกขานท่านว่า "ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน" เจ้าของวลี-ลิขิตฟ้าไม่อาจเปิดเผย-นั่นเอง ถ้าเคยดูหนังจีนจะมีหลายเรื่องที่ไปเกี่ยวข้องกับท่านผู้นี้)



ใครอยากจะไปลองเรียนฮวงจุ้ยตำหรับโบราณของแท้ลองที่นี่
ซึ่งผมเองก็เพิ่งบินไปเรียนเรื่องการทำสุสานในระบบซำง้วงเพิ่มเติมกับท่านเมื่อไม่นานมานี้
http://www.fengshuimastery.com

Permanent Link

• 2007-Mar-10 - ปณิธานของอาจารย์

Posted in Basic
ปณิธานของอาจารย์



จากประสบการณ์ที่ให้คำปรึกษามาหลายปี พบว่าประชาชนทั่วไปยังขาดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักวิชาฮวงจุ้ย คิดว่าเป็นเพียงเรื่องของการห้ามนั่งใต้คาน นอนตรงประตู ห้ามบ้านอยู่ตรงกับทางสามแพร่ง เพราะหนังสือที่วางขายอยู่ในท้องตลาดก็ล้วนแล้วแต่กล่าวถึงสิ่งเหล่านี้ โดยแท้ที่จริงแล้วสิ่งที่กล่าวมาล้วนแต่ไม่ใช่สาระสำคัญของวิชาฮวงจุ้ย แต่เป็นวิธีการจัดบ้านให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ของคนในสมัยโบราณ บางเรื่องก็ผสมไปด้วยเรื่องลี้ลับเชิงไสยศาสตร์ เช่น การติดเสือคาบดาบ หรือกระจกแปดทิศ(โป๊ยข่วย) การตั้งเจ้าที่ ฮกลกซิ่ว ตั้งวัตถุมงคล หรือบางครั้งก็ปะปนความเชื่อทางศาสนา เช่น การห้ามหันหัวนอนไปทางทิศตะวันตก หรือนอนชี้เท้าออกนอกบ้าน เป็นต้น จึงเกิดความงมงาย ยึดติดกับความเชื่อผิดๆมาใช้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิต นำไปสู่ความงมงาย และเสียหายทั้งทรัพย์สินและสิ้นเปลืองเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ได้ก่อประโยชน์ใดๆ

ทั้งที่จริงแล้วองค์ความรู้ที่ถูกต้องในทางฮวงจุ้ยที่นักปราชญ์โบราณได้คิดค้นเอาไว้ ล้วนแล้วแต่มีหลักการที่เป็นวิทยาศาสตร์และมีเหตุผลรองรับ วิชาฮวงจุ้ยเป็นเรื่องของชัยภูมิของสิ่งที่อยู่รอบตัวเราทั้งภายนอกและภายในของบ้าน ทำปฏิกิริยาอย่างไรกับพลังปราณของกระแสแม่เหล็กโลก ซึ่งชัยภูมิก็จะหมายถึงวัตถุหรือสิ่งที่มองเห็นด้วยตาเปล่า เช่น รูปทรงถนน การไหลของสายน้ำ รูปร่างภูเขา แบบของอาคารที่สูงใหญ่ จั่วแหลมที่พุ่งมา ลานโล่ง ช่องลม หรือที่อยู่ภายในบ้านก็ได้แก่ ประตู หน้าต่าง โต๊ะ เก้าอี้ ของตกแต่งบ้าน หรือสรุปว่าทุกอย่างที่ตามองเห็น นั่นเอง

ส่วนของพลังปราณของกระแสแม่เหล็กโลก นั้นก็เป็นเรื่องของการวัดทิศทางว่าบ้านหรืออาคารอยู่ในแนวองศาที่เท่าไหร่ หันไปทิศทางไหน เป็นพลังดีหรือพลังร้าย ถูกกับยุคและสมัยแห่งความเจริญรุ่งเรืองหรือไม่ ซึ่งจะหมายถึงหลักวิชาในส่วนที่ตามองไม่เห็น แต่จะมีสูตรลับในการคำนวณเพื่อหยั่งรู้ความดีร้าย

สองสิ่งนี้เราเรียกว่า หยินและหยาง ซึ่งถ้าทำปฏิกิริยาได้สอดคล้องกัน จึงจะสามารถเหนี่ยวนำความเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยมาสู่ผู้ที่อยู่อาศัยได้

โดยสูตรในการคำนวณที่สมบูรณ์และถูกต้อง จะเป็นส่วนที่ถูกปกปิดไว้เป็นความลับสุดยอด ไม่มีการนำมาเขียนไว้ในหนังสือ จึงทำให้คนทั่วไปขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง แถมยังมีคนที่เข้าใจผิดคิดว่าตัวเองอ่านหนังสือที่วางขายอยู่ในท้องตลาดไม่ว่าจะเป็นภาษาจีนหรือภาษาไทยครบหมดทุกเล่ม แล้วมาตั้งตัวเป็นซินแสให้คำแนะนำผิดๆ กับผู้ที่มาเชิญไปขอคำปรึกษา

เมื่อได้รับคำปรึกษาจากผู้ที่รู้ไม่จริง แนะนำให้ไปตกแต่ง ซ่อมแซม หรือปรับปรุงแก้ไขบ้าน เพื่อหวังที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิต ก็มักจะเกิดเหตุการณ์พลิกผันไปในทางตรงกันข้าม กลับมีเรื่องที่เลวร้ายหรือมรสุมผ่านเข้ามาซ้ำเติมในชีวิต เพราะอะไร?

แท้ที่จริงแล้วเกิดจากการที่ไม่รู้ว่าพลังดีร้ายในแต่ละปี จะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละทิศทาง คนทั่วไปที่ไม่รู้เรื่องนี้ เมื่อไปกระทำถูกทิศทางที่ไม่ดีดังกล่าวเข้า ก็จะเกิดเหตุร้ายขึ้นมาภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 – 120 วัน โดยไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่รายเดียว แต่ผู้ที่ต้องประสบเหตุเหล่านี้กลับมักจะคิดว่าเกิดจากเวรกรรมที่เคยทำมาในอดีต จึงเท่ากับเป็นการประสบเคราะห์ภัยโดยไม่จำเป็น

ส่วนในทิศดีก็เช่นกัน หากได้รับการกระตุ้นอย่างเหมาะสม ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง และเลือกวันเวลาที่พลังงานของจักรวาลเข้ากับบุคคล ก็จะสามารถเหนี่ยวนำโชคลาภ และความสำเร็จมาสู่มนุษย์ได้

หลังจากที่อาจารย์มาศได้หันมาทุ่มเทศึกษาวิชาฮวงจุ้ยอย่างเอาจริงเอาจังกว่า 26 ปี โดยศึกษาจากอาจารย์หลายท่านในประเทศไทย และยังเดินทางไปเรียนกับปรมาจารย์ทางฮวงจุ้ยระดับโลกอีกหลายท่าน จนสามารถทำความเข้าใจถึงหลักวิชาได้อย่างลึกซึ้ง จนได้พบว่าแท้ที่จริงแล้ววิชาฮวงจุ้ยนั้น มีหลักการที่เป็นวิทยาศาสตร์และมีเหตุผลในเชิงตรรกวิทยารองรับ ไม่ใช่เรื่องของความเชื่อในทางไสยศาสตร์อย่างที่คนทั่วไปเข้าใจกัน โดยวิชาชั้นสูงเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์ผลมาแล้วว่ามีความถูกต้องและแม่นยำสูง สมกับเป็นเคล็ดลับที่นักปราชญ์นำมาใช้ช่วยเหลือเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของคน

อาจารย์มาศเห็นว่าหากจะปกปิดไว้เยี่ยงบรรพชนในอดีต ก็อาจทำให้วิชาที่ทรงคุณค่าอาจสูญหายไปในวันหนึ่ง จึงได้มีดำริที่นำหลักวิชาที่ถูกต้องมาเปิดสอนให้แก่บุคคลทั่วไป โดยเริ่มเปิดสอนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 จนถึงปัจจุบัน จำนวนทั้งสิ้น 12 รุ่น จนเป็นชมรมฮวงจุ้ยที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในประเทศไทย มีลูกศิษย์ใหม่ในแต่ละรุ่นจำนวนเกินกว่า 200 คน และมีลูกศิษย์รวมทั้งสิ้นเกือบหนึ่งพันคนในปัจจุบัน

เหล่าลูกศิษย์ที่ผ่านการเล่าเรียนวิชาจากอาจารย์ ได้ลองนำความรู้กลับตรวจสอบและทดลองถึงความถูกต้องแม่นยำของหลักวิชา ที่เป็นภูมิปัญญาโบราณที่ทรงคุณค่า ต่างได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ มีหลายคนที่สามารถพลิกชีวิตและฐานะขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว จึงกลับมาแจ้งผลเพื่อนำมารวบรวมไว้เป็นสถิติที่ใช้ในการช่วยปรับปรุงและพัฒนาหลักวิชาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงที่สุด

โดยที่สูตรในการคำนวณพลังเหล่านี้ ได้รับการถอดออกมาจากคัมภีร์โบราณหลายฉบับ ที่ได้รับการยอมรับกันว่าเป็นสุดยอดของวิชาฮวงจุ้ย ซึ่งอาจารย์มาศเห็นว่าลูกศิษย์ทุกคนควรที่จะได้ศึกษาค้นคว้าให้แตกฉาน เพื่อที่จะสามารถนำไปใช้ได้ประโยชน์กับชีวิตได้สูงที่สุดมีอยู่ 2 วิชา ได้แก่

•คัมภีร์เฮี้ยงคงปวยแช
ซึ่งว่าด้วยเรื่องของพลังที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และสถานที่ ซึ่งเป็นหลักวิชาที่นักวิทยาศาสตร์เอกของโลกที่ชื่อ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ค้นพบคือทฤษฎีสัมพันธ์ภาพของกาลเวลาและสถานที่ ( Time and Space) ที่จะนำมาใช้ในการหาทิศดี และทิศร้าย รวมทั้งเรื่องราวและเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับบ้านแต่ละหลังในแต่ละปีเดือนวันและยาม พร้อมทั้งวิธีการแก้ไขและส่งเสริมชะตาชีวิตในแบบที่ถูกต้อง

•คัมภีร์เฮี้ยงคง 64 ข่วย
เป็นเทคนิคชั้นสูงที่ถือว่าเป็นสุดยอดของวิชาทางฮวงจุ้ย ที่จะใช้การถอดรหัสทางพลังงานของแต่ละองศาทิศทาง ให้มีพลังสื่อสัมพันธ์ถึงกัน ทำให้แม้แต่พลังร้ายต่างๆซึ่งเป็นที่น่ากลัวของผู้ที่ศึกษาวิชาฮวงจุ้ย ได้แก่ ทิศอสูร, ทิศแตก, ดาว5(เบญจภูติ), ดาว2(เจ็บป่วย), ดาว3(ทะเลาะวิวาท) หรือ ดาว7(แก่งแย่งปล้นชิง) กับกลายเป็นพลังดีได้ และยังมีสูตรการหาสุดยอดของฤกษ์ยาม ที่จะสร้างสัมพันธ์ฟ้า-คน-ดิน เป็นหนึ่งเดียว จึงจะใช้กระตุ้นโชคให้การจัดฮวงจุ้ยได้ผลอย่างฉับพลันทันใจ ภายใน2ชั่วโมง ถึง7วัน

อ.มาศ มีปรัชญาว่า ถ้ามีความตั้งใจที่จะเปิดสอนก็จะสอนให้อย่างเต็มที่ ไม่เก็บงำวิชาบางส่วนเอาไว้ เพราะถ้าผู้ที่มาเรียนนับถือเรียกว่าเป็นอาจารย์ ก็สมควรที่จะถ่ายทอดวิชาให้ศิษย์อย่างไม่ปิดบัง ถ้าไม่เช่นนั้นก็ไม่ควรมาเปิดสอน และถ้าลูกศิษย์มีความสามารถนำวิชาไปใช้ประโยชน์ได้ ย่อมเป็นความภูมิใจของอาจารย์ ดังคำที่ว่า “อาจารย์ดีหรือไม่ ย่อมจะวัดได้ จากลูกศิษย์ที่เก่งหรือไม่เก่ง”

ด้วยหวังจะให้ลูกศิษย์ทุกคนสามารถนำองค์ความรู้ที่บรรพชนสั่งสมมา ได้นำวิชาที่ถูกต้องไปใช้เพื่อปรับปรุงแก้ไขชะตาชีวิตของตนเอง และช่วยเหลือบุคคลอื่นที่อยู่รอบข้างให้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมในส่วนรวมได้อีกหนทางหนึ่ง


อ. มาศ เคหาสน์ธรรม
8 ตุลาคม พ.ศ.2549
Permanent Link

• 2007-Jan-11 - วิชาฮวงจุ้ยเปลี่ยนชีวิตได้แค่ไหน

Posted in Basic

วิชาฮวงจุ้ยเปลี่ยนชีวิตได้แค่ไหน

 

มักจะมีคำถามอยู่เสมอว่า วิชาฮวงจุ้ยจะสามารถเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตได้แค่ไหน จึงอยากจะยกตัวอย่างกรณีศึกษาหนึ่งที่เกิดขึ้นจริงในสมัยโบราณ มาให้ลองพิจารณากันเอาเอง ซึ่งเป็นเรื่องของฮ่องเต้จูหยวนจาง ผู้ก่อตั้งราชวงศ์หมิงนั่นเอง ซึ่งถ้าใครเคยดูทีวีเรื่องดาบมังกรหยก ก็คงจะพอคุ้นๆชื่อนี้ ที่เป็นลูกน้องของเตียบ่อกี้ พระเอกของเรื่อง ต่อมาสามารถรวบรวมกำลังขับไล่มองโกล แล้วสถาปนาตั้งตัวขึ้นมาเป็นฮ่องเต้ได้ (พ.ศ.1871 – 1941) ซึ่งก็คือปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งราชวงศ์หมิง นั่นเอง

จูหยวนจาง เป็นผู้หนึ่งที่ได้วิชาฮวงจุ้ยมาพลิกชะตาชีวิตตนเอง จากยาจกพลิกขึ้นมาเป็นฮ่องเต้ได้สำเร็จ โดยได้รับความช่วยเหลือจากปรมาจารย์ หลิวป๋อเวิน ช่วยหาทำเลจุดมังกรของภูเขา มาทำสุสานช่วยเสริมดวงให้กับตนเอง



หลังจาก ก้าวขึ้นมาเป็นฮ่องเต้ได้ ก็เกิดความกลัวว่าจะมีบุคคลอื่นที่มีดวงชะตาเดียวกันกับตน จะมาแข่งวาสนา จึงทรงรับสั่งให้ไปจับกุมตัวมาได้ 3 คน โดยหวังจะสั่งประหารชีวิตทิ้ง โดยมีสถานะภาพที่แตกต่างกัน คือ

- พ่อค้า
- นักบวช
- ขอทาน

จึงได้ตรวจสอบชีวิตความเป็นอยู่ของแต่ละคนอย่างละเอียด ก็พบว่าพ่อค้ามีรังผึ้ง 13 รวงที่ใช้คั้นน้ำผึ้งขายเพื่อนำมาเลี้ยงชีวิต ส่วนนักบวชและขอทาน ก็ต่างมีสิ่งของ 13 ชิ้น ในขณะที่ฮ่องเต้จูหยวนจาง ก็ครองครองแผ่นดิน 13 แคว้น เช่นกัน
และเมื่อตรวจสอบสถานที่ซึ่งคนทั้ง 3 พักอาศัยอยู่ จึงได้หัวเราะขึ้นมาและไม่คิดที่จะเอาชีวิตคนเหล่านี้อีก ด้วยประจักษ์ชัดว่าบุคคลที่มีดวงเกิดเดียวกัน แต่มีฮวงจุ้ยที่ไม่เหมือนกัน ก็จะมีชะตาชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงราวฟ้ากับดิน

ฮ่องเต้จูหยวนจางจึงเกรงว่าจะมีผู้ที่นำเอาศาสตร์ฮวงจุ้ยมาโค่นล้มบัลลังก์ของตนเอง จึงได้ทรงรับสั่งให้รวบรวมตำราฮวงจุ้ย และซินแสที่มีความสามารถสูงทั้งหมด เข้ามาเก็บไว้ใช้งานภายในวังเท่านั้น เพื่อจะได้ไม่นำวิชาเหล่านี้ไปช่วยเหลือคนอื่น แต่ก็มีผู้ที่ต้องการวิชาอันทรงคุณค่าเหล่านี้ พยายามลักลอบเข้ามาหวังที่จะขโมยไปไว้ในครอบครอง ฮ่องเต้จึงได้แก้ลำด้วยการรับสั่งให้ทำตำราฮวงจุ้ยปลอมให้ขโมยออกไป โดยตำราส่วนใหญ่จะเป็นแบบจริง 3 ส่วน ปลอม 7 ส่วน

จนผ่านพ้นมาหลายร้อยปีให้หลัง มาถึงในยุคของเฉียนหลงฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ชิง (ซึ่งย้อนไปก็ประมาณร้อยกว่าปีก่อนนี้เอง ตรงกับยุคของรัชกาลที่ 1 ในราชวงศ์จักรีของไทย) เฉียนหลงฮ่องเต้ได้มีรับสั่งให้ทำการสำรวจว่าและพบว่า วิชาฮวงจุ้ยที่มีปรากฏในยุคของพระองศ์นั้น มีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 150 สำนัก

เพราะพระองค์ได้รับทราบข้อเท็จจริงในเรื่องที่มีการปลอมแปลงตำรากันอดีต ที่ได้แพร่หลายกันออกมาตั้งเป็นสำนักต่างๆอยู่นั้น จึงได้จัดทดสอบขึ้นว่าจะมีสักกี่สำนักที่ถูกต้อง แล้วก็พบว่ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์นั้น ได้รับการสืบทอดตำราผิดๆกันมา เกรงว่าจะทำให้เกิดความผิดพลาดเสียหายที่ใหญ่โตปรากฏขึ้นได้ในภายหลัง จึงได้มีรับสั่งให้จับกุมบรรดาอาจารย์ที่มาทดสอบเหล่านี้ไปประหาร

เมื่อลูกศิษย์ของอาจารย์เหล่านั้นทราบข่าว ก็เกรงที่จะถูกทางการมาจับกุมเป็นลำดับถัดไป จึงต่างก็แตกกระจายแยกย้ายหนีไปอยู่ต่างที่ต่างถิ่นกันทันที ส่วนใหญ่ก็จะไปแฝงตัวกันอยู่ในหมู่บ้านห่างไกลในชนบทประกอบอาชีพเป็นซินแสเลี้ยงชีพ จนกระทั่งมาถึงยุคของเหมาเจ๋อตุง ก็ได้ใช้วิชาฮวงจุ้ยมาเสริมตนเองจนสามารถขึ้นมาเป็นใหญ่ได้ จากการที่ตนเองได้ซินแสท่านหนึ่งมาช่วยทำสุสานให้กับบรรพบุรุษตั้งแต่ในวัยเยาว์ จนสามารถพลิกชีวิตจากชนชั้นล่างในสังคมให้สามารถต่อสู้กับรัฐบาลเจียงไคเช็กที่มีทหารเป็นสิบล้านคน จนได้รับชัยชนะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีได้ จึงเกิดความคิดเช่นเดียวกันกับจูหยวนจาง ที่เกรงจะมีคนนำวิชามาทำร้ายตนเอง จึงได้สั่งห้ามศึกษาวิชาเหล่านี้เด็ดขาด และยังกลัวว่าผู้คนจะแอบเอาวิชาไปแอบเรียนกันในวัด ถึงกับใช้ข้ออ้างในเรื่องของการปฏิวัติวัฒนธรรม สั่งห้ามการนับถือศาสนาต่างๆไปพร้อมกันทีเดียวเลย


ภาพสุสานปู่ของท่านประธานเหมา เจ๋อ ตุง ที่ฝังแบบพิศดาร หัวและป้ายหินกลับทิศทางกัน ซึ่งเป็นฝีมือของซินแสระดับเซียนเหยียบเมฆเลยทีเดียว ซึ่งช่วยผลักดันให้ประธานเหมาพลิกชะตาชีวิตได้


ด้านหน้าของสุสานมองออกไป จะมีชัยภูมิพิเศษบางอย่าง ลองดูกันเอาเอง

เมื่อเหมาเจ๋อตุงออกมาตรการเด็ดขาดรุนแรงเช่นนี้ออกมา ก็ทำให้ซินแสทั้งหลายไม่ว่าจะจริงหรือปลอม ต่างก็ต้องหลบหนีออกไปอยู่ฮ่องกง ไต้หวัน เวียดนาม ไทย สิงคโปร์ มาเลย์เซีย แคนนาดา อังกฤษ และอเมริกา เผยแพร่หลักวิชาที่สืบทอดมาจนถึงในปัจจุบัน

ซึ่งตำราฮวงจุ้ยเกือบทั้งหมดที่พิมพ์จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดกันทุกวันนี้ จึงไม่มีเล่มไหนที่เป็นหลักวิชาที่แท้จริงเลย เพราะล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับไสยศาสตร์ ความเชื่อ ศาสนา เช่น ติดเสือคาบดาบ ยันต์โป๊ยข่วย หรือการตั้งสัตว์นำโชคประจำปี เพียงเพื่อหวังขายของหาเงินเข้ากระเป๋าเท่านั้นเอง แม้จะอ่านตำราเหล่านี้สักกี่เรื่อง ก็จะได้ไม่อาจสามารถนำวิชาการชั้นสูงเหล่านี้มาส่งเสริมเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของตนเองได้

ส่วนสูตรการคำนวณกระแสพลังที่ถูกต้องนั้น จะถูกเก็บไว้เป็นความลับสุดยอด และจะมีการถ่ายทอดเฉพาะเป็นการภายใน สู่ลูกหลานหรือลูกศิษย์ใกล้ชิดเท่านั้น ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ อ.มาศจะต้องดั้นด้นเดินทางเสาะแสวงหาไปเรียนกับอาจารย์หลายท่านในต่างประเทศๆ เพื่อหาหนทางรวบรวมเอาองค์ความรู้ที่มีคุณค่าของปราชญ์ในอดีตกลับมาไว้ในประเทศไทย (ลองอ่านดูในหัวข้อประวัติ อ.มาศ) โดยในช่วงก่อนที่จะเดินทางไปนั้น ก็ไม่อาจทราบได้ว่าอาจารย์เหล่านั้นจะเป็นผู้ที่สืบทอดวิชาที่แท้จริงหรือไม่ เมื่อเดินทางกลับมาแต่ละครั้งก็จะต้องนำหลักวิชาที่ได้เรียนรู้มา ไปทดสอบกับสถานที่และเหตุการณ์จริงว่ามีความถูกต้องแค่ไหน เพราะสถานการณ์จริงนั้นแสดงให้เห็นอยู่แล้วว่ากำลังดีหรือร้าย ห้างสรรพสินค้าแต่ละแห่งทำไมถึงเจริญรุ่งเรืองหรือเสื่อมโทรม ซึ่งถ้าหากหลักวิชาที่ได้เรียนรู้มาสามารถอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้จึงจะนับว่าถูกต้องจริง มิใช่เพียงแค่คิดว่าได้เรียนกับอาจารย์ที่โด่งดังหรือมีชื่อเสียง ก็จะเป็นปรมาจารย์ตัวจริง

อ.มาศ ทำเช่นนี้โดยเดินทางไปเรียนกับอาจารย์ต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 20 ท่าน แล้วทดสอบทุกครั้งจนเกิดความมั่นใจว่า หลักวิชาที่ได้เรียนรู้มานั้นมีความถูกต้องดีแล้ว จึงได้นำมาให้คำปรึกษาแก่บุคคลทั่วไป รวมทั้งนำมาเปิดสอนให้คนทั่วไปได้เรียนรู้ในอัตราค่าเรียนที่ไม่แพง เพื่อให้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ จึงจะช่วยให้นำไปเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตกันให้ดีขึ้น เพราะถ้าคิดค่าเรียนแพงๆหลักแสนเหมือนกันกับที่อาจารย์แต่ละท่านในต่างประเทศคิด ก็คงเหลือแต่คนที่มีฐานะดีอยู่แล้วมาเรียน ซึ่งก็คงไม่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

ถ้าหากใครที่รู้สึกว่าตัวเองมีศักยภาพที่น่าจะไปได้ไกลกว่านี้ และอยากลองที่จะลองค้นหาคำตอบให้กับชีวิต และสนใจจะศึกษาหลักการจัดฮวงจุ้ยที่ถูกต้องได้ที่...สถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย ซึ่งอำนวยการสอนโดย...อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม และจะเปิดสอนวิชาฮวงจุ้ยรุ่นใหม่ตั้งแต่ขั้นต้น แล้วเรียนต่อเนื่องไปจนถึงขั้นสูงที่จะสามารถนำไปใช้งานจริงได้ ก็สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร 086-098 4475




กลับไปหน้าหลัก ฮวงจุ้ย
Permanent Link

Categories

• Home
• My Profile
• My Photo Gallery
• Feng Shui
• Basic
• Howtodo
• HiTech
• Horoscope
• Contact Us
«  September 2010  »
MonTueWedThuFriSatSun
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 

Recent Posts

• ” หลักสูตร "การรักษาสุขภาพด้วยภูมิปัญญาจีนชั้นสูง ผนวก วิทยาการล่าสุดของการแพทย์ตะวันตก”
• หลักสูตร * อี้จิง...ศาสตร์การจับยามเพื่อการทำนายเหตุการณ์แบบฉับพลัน*
• ทำไมยิ่งกินน้ำมากๆ กลับยิ่งทำให้สุขภาพเสีย จริงหรือ?
• หลักการของฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง
• ไปเที่ยวก้านโจว ประเทศจีน ดูแหล่งกำเนิดวิชาฮวงจุ้ย

Friendly Links

• ฮวงจุ้ย
• Feng Shui
• My Web's RSS
Page 1 of 1
Last Page | Next Page

Copyright หลักวิชาฮวงจุ้ย. All rights reserved.