หลักวิชาฮวงจุ้ย.

หลักวิชาฮวงจุ้ย.
ปรึกษาด้านฮวงจุ้ย โดย อ.มาศ เคหาสน์ธรรม โทร 089-014 6888 www.fengshui100.com

• 2009-May-23 - Fengshui100.com

Posted in Feng Shui
หลักสูตร * ฮวงจุ้ย...ศาสตร์เพื่อการเปลี่ยนแปลงชะตาฟ้า ภาคการคำนวณปราณ*




เป็นหลักสูตรที่จะปูพื้นฐานที่ถูกต้องทางฮวงจุ้ยให้แก่ผู้ที่สนใจอยากที่จะเรียนรู้วิชาฮวงจุ้ยอย่างจริงจัง เพราะวิชาฮวงจุ้ยที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่แค่ดูว่าบ้านเราตรงทางสามแพร่งหรือไม่ นั่งใต้คานหรือเปล่า มีกระจกส่องเตียง หรือห้ามหันหัวนอนไปทางทิศตะวันตก รวมทั้งไม่ใช่เรื่องของการสอนวิธีไหว้เจ้า ตั้งตี่จู๋เอี๊ย ฮกลกซิ่ว แต่เป็นวิธีการวัดองศาทิศทางของบ้านเทียบกับกระแสแม่เหล็กโลก ว่าทำมุมได้องศาดีหรือร้ายในแต่ละช่วงระยะเวลาที่แตกต่างกัน ซึ่งหากว่าเป็นองศาที่ดีก็จะต้องเรียนรู้ต่อไปอีกว่า ทำอย่างไรจึงจะสามารถขยายพลังที่ดีออกมาให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งก็เพียงแต่หาอุปกรณ์ที่ใช้กระตุ้นพลังอย่างเช่น นำพุ ตู้ปลา พัดลม หรือแอร์ ที่มีลักษณะของความเคลื่อนไหวกระจายลมและพลังงานออกมา เมื่อคนในบ้านสะสมพลังที่ดีเหล่านี้เข้าไปในตัวอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้คิดอะไรได้ถูกจังหวะโอกาสมากขึ้น จึงมีผลให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ ไม่ใช่ว่าจัดฮวงจุ้ยเสร็จแล้วจะทำให้มีเทวดาองค์ใดมาคอยช่วยดลบันดาลให้รำรวย

แต่ถ้าทิศทางของบ้านเป็นองศาร้าย หากเอานำพุ ตู้ปลา พัดลม หรือแอร์ มาไว้ในจุดนี้ ก็กลับยิ่งทำให้กระจายพลังเสื่อมๆออกมามาก เมื่อสะสมเข้าไปในตัวของคนก็จะส่งผลให้ความคิดผิดพลาด ลงทุนผิดจังหวะ ติดต่อเจอแต่ลูกค้าที่ไม่ดี หลงเชื่อหรือไว้ใจลูกน้องผิดคน ก็จะนำเอาเรื่องร้ายๆมาทำให้ชีวิตตกต่ำ ซึ่งการแก้ไขนั้นก็ไม่ต้องถึงขั้นย้ายบ้านใหม่ เพียงแต่คำนวณต่อให้รู้ว่าทิศดีอยูที่มุมไหนของบ้าน ก็ย้ายเอาสิ่งที่มีลักษณะของความเคลื่อนไหวกระจายพลังงานออกมา ติดหรือตั้งไว้ทางทิศที่ดี ให้พลังดีค่อยๆสะสมตัวก็จะช่วยเปลี่ยนชะตาชีวิตให้ดีขึ้นมาได้

ซึ่งเคล็ดลับใหการดูฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง อยู่ที่การที่จะต้องรู้สูตรในการคำนวณพลังว่าทิศไหนของบ้านเป็นจุดที่ดี และทิศไหนเป็นพลังร้ายทั่ไม่ควรไปนั่นไปนอนเป็นประจำ หรือถ้าจำเป็นต้องใช้จะแก้ไขได้อย่างไร



หลักสูตรฮวงจุ้ย * ฮวงจุ้ย...ศาสตร์เพื่อการเปลี่ยนแปลงชะตาฟ้า ภาคการคำนวณปราณ ขั้นที่1-2* จะเปิดเผยเคล็ดลับการดูฮวงจุ้ยในระบบการคำนวณพลังปราณระบบที่ถูกต้อง ให้ลูกศิษย์ที่เรียนได้นำเอาไปใช้พัฒนาชะตาชีวิตของตนเองและครอบครัวให้ดีขึ้นได้ โดยในแต่ละปีอาจารย์มาศจะเปิดสอนเพียง 1 ครั้งเท่านั้น

*สิ่งที่จะได้เรียนรู้ในหลักสูตรนี้ *

- ธุรกิจเจริญรุ่งเรืองด้วยเคล็ดไม่ลับกับศาสตร์ “ฮวงจุ้ย”
- ตั้งใจทำงานเต็มที่ แต่ทำไมไม่ก้าวหน้า ชีวิตครอบครัวมีปัญหา
- สูตรการคำนวณพลังประจำตัวของแต่ละบุคคล เพื่อหาทิศดี-ร้าย
- เลือกทำเลที่ตั้งทำการค้า และบ้านที่อยู่อาศัยให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง
- วิธีการพลิกสถานการณ์ร้ายให้กลายเป็นดี
- ทิศดี-ร้าย ส่งผลอย่างไรต่อชะตาชีวิตมนุษย์

• ทิศที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับกิจการ หรืทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง
• ทิศที่จะช่วยเสริมชื่อเสียง ตำแหน่ง อำนาจ ยศศักดิ์ ความรัก
• ทำให้การลงทุนที่จ่ายไปไม่สูญเปล่า
• ทิศที่จะช่วยให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี
• ทิศที่จะช่วยให้ลูกหลานตั้งใจเรียนหนังสือ ไม่เกียจคร้าน เกเร เที่ยวเตร่
• ทิศดีและทิศร้ายประจำปีมีผลต่อธุรกิจและชะตาชีวิตอย่างไร
• ผลที่จะเกิดขึ้นหากไปกระทบถูกทิศร้ายแต่ละประเภท
• การวิเคราะห์ว่าผู้ใดจะได้รับผลจากทิศร้าย


โดยเนื้อหาทั้งหมดจะอ้างอิงวิชาฮวงจุ้ยระบบดาวเหิน ภาคพิเศษ (เฮี่ยงคงปวยแช) ซึ่งเคล็ดลับในการพลิกแพลงใช้งาน จะไม่เคยมีอยู่ในตำราที่วางขายในท้องตลาดทั่วไป ดังนั้นผู้เรียนไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานใดๆมาก่อน เพราะจะมาเริ่มต้นปูพื้นฐานใหม่ที่ถูกต้องพร้อมๆกันในหลักสูตรนี้ และไม่จำเป็นต้องมีความรู้ภาษจีนใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากอาจารย์มาศได้แปลงเนื้อหาทั้งหมดให้เป็นภาษาไทย โดยคิดค้นวิธีการสอนแนวสมัยใหม่ ที่ประกอบด้วยระบบ" Play + Learn = เพลิน" จึงเข้มข้นด้วยเนื้อหาสาระ วิชาการ พร้อมทั้งความสนุกสนานไม่น่าเบื่อ โดยเป็นวิชาที่อาจารย์ได้เดินทางไปเรียนรู้จากปรมาจารย์ชั้นนำจากทั่วโลก แต่ละหลักสูตรราคาหลายแสนบาท มาทดสอบถึงความถูกต้องกับกรณีศึกษาจริงต่างๆ แล้วย่อยสรุปเนื้อหาและกลั่นกรองออกมาสร้างเป็นหลักสูตรต่างๆให้คนไทยได้เรียนวิชาระดับโลกในราคาไทยๆ เพื่อให้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้


ระยะเวลา ขั้นละ 3 วัน :

สถานที่ : สำนักงานของสถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย อยู่ที่อาคารเสตททาวเวอร์ ถ.สีลม ติดกับโรงพายบาลเลิดสิน ซึ่งจะเปิดในเวลาทำงาน 9.30 - 18.00น. วันจันทร์ถึงศุกร์

โดยอาคารเสตททาวเวอร์ เป็นตึกสูง 68 ชั้น ข้างบนเป็นโดมสีทอง และเป็นที่ตั้งของโรงแรมเดอะเลอบัว



(หากมาทางด่วนจากแจ้งวัฒนะหรือถนนพระราม 9 ให้ลงที่ด่านสีลม เลี้ยวขวามือจะถึง ร.พ.เลิดสิน ถัดไปก็จะเป็นทางเข้าตึกเสตททาวเวอร์

แต่ถ้ามาทางด่วนด้านบางนา หรือดาวคะนอง ให้ลงด่านสาทร ตรงไปถนนสุรศักดิ์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสีลม ผ่านหน้า ร.พ.เลิดสิน เข้าตึกเสตททาวเวอร์)


หากมาทางรถยนต์ส่วนตัว ให้จอดรถที่ชั้นใต้ดิน สามารถแสตมป์บัตรจอดรถฟรี 4 ชม.ต่อไปชม.ละ 30 บาท ภายในอาคารมีร้านกาแฟสตาร์บั๊คเปิดให้บริการอีกด้วย

- รถไฟฟ้า BTS ลงสถานีตากสิน สามารถเดินมาได้ระยะ 250-300 ม.
- ทางเรือ ขึ้นท่าสาทร สามารถเดินมาได้ระยะ 250-300 ม.


แผนที่อาคารเสตททาวเวอร์ (สำหรับไว้สั่งพิมพ์)



สำหรับท่านที่ต้องการเห็นภาพหน้าตาอาคารเสตททาวเวอร์ชัดๆลองเข้าไปที่เวปนี้

ภาพอาคารเสตททาวเวอร์ที่มองเห็นจากมุมมองระยะไกล

มุมมองด้านหน้าอาคารเวลาที่มาถึงก่อนเลี้ยวเข้า

อัตราค่าเรียน :
4,000 บาท สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนและโอนเงินล่วงหน้า
(พร้อมเอกสาร และอาหารว่าง)


ติดต่อสอบถามและลงทะเบียน : คุณเพ็ชรมณี (ซ้วง) TEL. 086-098-4475 , 098-014 6888 FAX. 02-630 6090



การจองสัมมนา
โปรดโอนค่าสัมมนาตามบัญชีที่ระบุ แล้ว Fax ใบ Pay-in พร้อมทั้ง ชื่อ-นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ของท่านมาที่  (02) 630-6090

*เพื่อประโยชน์ของท่าน กรุณาพิมพ์หรือเขียนชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ของท่าน ด้วยตัวบรรจงอย่างชัดเจน

 

*ชื่อบัญชี นส.เพ็ชรมณี รัตนธนาวัฒน์ ประเภทบัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี ดังต่อไปนี้
- ธ.กรุงไทยฯ สาขาย่อย อาคารสเตททาวเวอร์ เลขที่บัญชี 687-0-00089-1
- กรุงเทพ สาขาบางรัก ออมทรัพย์ เลขที่ 242-0-31436-7
- กสิกรไทย สาขาบางรัก ออมทรัพย์ เลขที่ 014-2-61771-4
- ไทยพาณิชย์ สาขาบางรัก ออมทรัพย์ เลขที่ 054-2-46411-8

(สำหรับการเรียนในขั้นพื้นฐานในหลักสูตรขั้นที่ 1 ท่านสามารถที่จะลงทะเบียนเรียนได้โดยจัดวันและเวลาที่ท่านว่างมาเรียนกับ VDO ที่ทางสถาบันได้ถ่ายเอาไว้ แล้วในขั้นถัดๆไปก็สามารถมาเข้าเรียนสดร่วมกับท่านอื่นๆ) ดูรายละเอียดที่ฮวงจุ้ยVDO

 

ไปหน้า ฮวงจุ้ย 

http://www.fengshui100.com/

 

 

Permanent Link

• 2009-May-21 - ผลกระทบทางฮวงจุ้ยจากรูปทรงสำนักงานที่ขาดหายไป

Posted in Feng Shui
ผลกระทบทางฮวงจุ้ยจากรูปทรงสำนักงานที่ขาดหายไป

เคยสังเกตกันไหมว่าออฟฟิตสำนักงานแต่ละแห่งมักจะมีปัญหาทางฮวงจุ้ยซ้ำๆกันเกิดขึ้น ถ้าที่ไหนคนชอบทะเลาะเบาะแว้งขัดแย้งกัน ก็จะเกิดขึ้นอีกบ่อยๆ แต่ถ้าหากที่ไหนพนักงานเข้ามาทำงานได้ไม่กี่เดือนก็ลาออก รับมาเมื่อไหร่ก็จะเป็นแบบนี้อยู่เรื่อยๆ หรือมีปัญหาประเภททุจริตกันในองค์กรอย่างเป็นล่ำเป็นสัน แบบที่ว่าตอนเข้ามาใหม่ๆก็ดูจะเป็นคนดี แต่อยู่ไปอยู่มากลับลอกคราบกลายเป็นจอมโจรหรือแมวขโมยกันไป จนรู้สึกว่าแก้ไม่ตกก็อย่าเพิ่งรีบท้อถอยหรือถอดใจกันไปซะก่อน เพราะเรื่องอย่างนี้ฮวงจุ้ยสามารถช่วยท่านได้

การที่เราต้องนั่งทำงานกันอยู่ในออฟฟิตกันวันละหลายๆชั่วโมง หากพลังธรรมชาติที่ไหลเข้ามาสะสมตัวในสำนักงานของเราเป็นพลังที่ไม่ดี ก็จะค่อยๆกระตุ้นคนที่อยู่ภายในให้มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป โดยจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่า ส่วนที่อยู่ลึกๆภายในใจของคนๆนั้นเป็นอย่างไร เพราะคนเราส่วนใหญ่เกือบทุกคนจะมี 2 ด้านอยู่ในตัวเอง คือฝั่งทางด้านที่ดีและด้านที่ร้าย อยู่ที่ว่าด้านไหนของใครจะมากกว่ากัน แล้วสภาพแวดล้อมกระตุ้นหรือเอื้ออำนวยให้เกิดการเบี่ยงเบนไปในทางไหน ยกตัวอย่างเช่น ตำรวจหลายๆคนที่จบมาใหม่มีอุดมการณ์สูงส่งที่จะช่วยสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม แต่พอเข้ามาอยู่ในแวดวงของคนที่ทุจริต เจ้านายรับส่วย ลูกน้องคนไหนไม่ส่งส่วยให้ก็ไม่ก้าวหน้า ถูกกลั่นแกล้งไปต่างๆนานา จนต้องเริ่มรับส่วนแบ่งตามน้ำไป แล้วสุดท้ายก็กลายเป็นคนรับสินบนไปเอง



การที่ออฟฟิตสำนักงานแต่ละแห่งมักจะมีปัญหาเกิดขึ้นซ้ำๆกันเป็นส่วนใหญ่ เหตุผลส่วนหนึ่งก็เพราะว่ารูปทรงหรือโครงสร้างของสำนักงานมีรูปลักษณ์ที่ดูไม่สมดุล เช่น มีด้านหรือมุมใดมุมหนึ่งเว้าแหว่งขาดหาย หรือยื่นโผล่ออกมากเกินไป ซึ่งรูปทรงที่ไม่ปกติ บิดเบี้ยวเว้าแหว่งนี้ จะทำให้กระแสพลังงานที่ไหลเข้ามานั้น เกิดการหมุนเวียนที่ไม่สะดวก เมื่อหมุนวนไปถึงจุดที่เว้าแหว่งเมื่อไหร่ ก็จะเกิดการสะดุด ก็จะกระตุ้นจิตใต้สำนึกในด้านลบของคนที่อยู่ภายในอาคาร ให้แสดงผลออกมาแตกต่างกันไปตามรูปแบบของพลังงานในแต่ละทิศ

การที่พลังของแต่ละทิศส่งผลต่อพลังในตัวของคนไม่เหมือนกันนั้น ถ้าจะอธิบายเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ก็คงต้องพูดกันยาว หากสนใจก็ลองเข้าไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.100fs.com

 

 

สรุปง่ายๆว่าให้ลองสังเกตดูว่าส่วนที่แหว่งเว้าขาดหายไปนั้นตรงกับทิศใด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้นได้ ดังนี้

• ทิศตะวันออก
จะมีปัญหาในเรื่องสุขภาพ ขาดความกระตือรือร้น ขาดความก้าวหน้า พนักงานสุขภาพไม่ดี เจ็บป่วยออดๆแอดๆ บรรยากาศในที่ทำงานมีสภาพการแข่งขันชิงดีชิงเด่น งานติดขัดไม่ก้าวหน้า ของหายบ่อย มีคนคอยลักเล็กขโมยน้อย จะเป็นโรคเกี่ยวกับเส้นประสาท ไหล่และแขนขา โรคตับ ลมชัก จะมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับชายหนุ่มอายุประมาณ 31 – 45 ปี ก่อนบุคคลอื่น

• ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
จะทำให้โชคและความมั่นคงของผู้คนในสำนักงานขาดหายไป ลูกน้องผู้ชายในที่ทำงานมักจะสร้างปัญหามาให้ พนักงานเข้าๆออกๆอยู่ไม่ทน เปลี่ยนงานบ่อย มีปัญหาในเรื่องที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง อสังหาริมทรัพย์ หรือเรื่องมรดก คนในสำนักงานจะไม่ค่อยมีโชคลาภ ส่วนในด้านสุขภาพก็จะมักมีปัญหาที่เกี่ยวกับ นิ้ว มือ ลำไส้ กระดูกสันหลัง จมูก หรืออวัยวะเพศชาย

• ทิศตะวันออกเฉียงใต้
จะทำให้พบกับความยากลำบากในการปรับปรุงพัฒนาตนเองและกิจการ งานวิชาการไม่ค่อยมีความคืบหน้า งานฝีมือจะมีปัญหาเรื่อยๆ ส่วนการฝึกอบรมต่างๆไม่ค่อยได้ผล ไม่มีประสิทธิภาพในการสอนงานใหม่ๆ คนในสำนักงานจะอารมณ์หงุดหงิดง่าย ทะเลาะหรือมีปากเสียงกับคนรอบข้างบ่อยๆ และคนในบริษัทมักจะเจ็บป่วยด้วยโรคตับ ถุงน้ำดี ไขข้อ หวัด ภูมิแพ้ หอบหืด ปวดที่ต้นขา ก้น และยังมีโอกาสจะมีผลต่อร้ายในด้านอื่นๆกับหญิงสาวอายุประมาณ 31 – 45 ปี มากกว่าบุคคลอื่นในสำนักงาน บางคนมักเดือดร้อนหรือต้องคอยกังวลเป็นห่วงเรื่องลูกที่เรียนหนังสือไม่เก่ง ติดเพื่อน ติดเกมส์

• ทิศตะวันตก
พนักงานขาดทักษะในการแสดงออก ขาดอารมณ์ขัน บรรยากาศไม่น่าอยู่ ลูกน้องหญิงมีปัญหาเป็นประจำ โดยเฉพาะที่ยังเป็นสาวและวัยรุ่น พนักงานถูกของมีคมบาดบ่อยๆ มีปัญหาที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุเป็นประจำ วุ่นวายเรื่องทางเพศเสมอ
คนในบริษัทมักมีโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เป็นหวัด ภูมิแพ้ หอบหืด เป็นโรคที่ปอด ลิ้น คอ ฟัน มดลูก รังไข่ โรคเพศสัมพันธ์ ป่วยที่ปากเป็นประจำ เช่น ร้อนใน มีแผลในปาก เจ็บคอ หรือกลายเป็นคนที่ไม่ค่อยอยากพูดจา หรือพูดไม่ได้อย่างที่ใจคิด เจ้าของสำนักงานจะพบกับปัญหาต่างๆภายในครอบครัว โดยเฉพาะมีโอกาสเกิดเรื่องวุ่นวายกับลูกสาวคนเล็กหรือเด็กผู้หญิงที่มีอายุประมาณ 1 – 15 ปี

• ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
คนในสำนักงานจะอยู่ในสภาวะโดดเดี่ยว ขาดผู้ช่วยเหลือและภาวะผู้นำ ผู้บริหารอยู่ไม่ทนต้องเปลี่ยนตัวบ่อยๆ การจัดสรรตำแหน่งงานไม่เหมาะสม ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่สามารถสนับสนุนกิจการได้ มีปัญหากับราชการอยู่เป็นประจำ
การทำงานจะติดขัดอยู่เสมอ พนักงานที่ทำงานกินเงินเดือน รับราชการหรือเล่นการเมือง จะไม่ค่อยมีความก้าวหน้าในชีวิต คนในสำนักงานมักจะเจ็บป่วยที่ศีรษะ ปวดไมเกรน ความดันโลหิตสูง ความทรงจำเสื่อม ระบบกระดูกมีปัญหา เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต จะมีผลต่อผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 46 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลร้ายก่อนบุคคลอื่นในบ้าน

• ทิศตะวันตกเฉียงใต้
มีปัญหาการทะเลาะเบาะแว้ง และการโต้เถียงกันอยู่เสมอ มีปัญหาเรื่องความซื่อสัตย์ของพนักงาน คนในสำนักงานไม่ค่อยมีความรู้สึกเสียสละ กลุ่มแรงงานสร้างความเดือดร้อน พนักงานเข้าๆออกๆ คนทำงานไม่ค่อยได้รับความยุติธรรม มีแต่ความแตกแยกไม่สามัคคี

คนในสำนักงานมักเจ็บป่วยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเกิดอาการปวดท้อง เป็นโรคกระเพาะหรือลำไส้ โรคผิวหนัง เจ็บปวดกล้ามเนื้อ เป็นโรคเรื้อรังต่างๆ หรืออาจจะถึงขั้นเป็นมะเร็ง โดยจะมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับบุคคลที่เป็นผู้หญิงสูงวัยก่อน(ประมาณ 46 ปีขึ้นไป) ส่วนบุคคลอื่นก็จะรับผลตามมา

• ทิศเหนือ
ธุรกิจจะพบกับความลำบาก หรือมีอุปสรรคบ้างในการดำเนินการ ขาดความลึกซึ้งทางปัญญา อยู่ไปนานๆจะหัวตื้อได้ง่าย คิดอะไรไม่ค่อยออก การเดินทางมักจะมีปัญหา ถ้าทำธุรกิจไปต่างประเทศหรือต่างจังหวัดจะไม่ค่อยได้รับความสำเร็จเท่าที่ควร มักมีการกระทำบางอย่างที่ไปผิดกฎหมายอยู่เป็นประจำ โดยปัญหาจะเกิดกับชายหนุ่มอายุประมาณ 16 – 30 ปี มากเป็นพิเศษ
คนในสำนักงานจะเจ็บป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบน้ำในร่างกาย เช่น ทางเดินปัสสาวะ ไต หู เลือด

• ทิศใต้
มีการใส่ร้ายป้ายสีกันเองหรือจากภายนอกให้เสียชื่อเสียง ถูกหมิ่นประมาท เต็มไปด้วยเกมการเมืองในสำนักงาน หรือถูกลอบทำร้าย ถ้าเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับความสวยงามจะไม่ประสบความสำเร็จงานด้านวิชาการความรู้ไม่ค่อยดีนัก งานด้านการให้คำปรึกษาก็เช่นกัน
คนที่อยู่ในสำนักงานมักจะเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวกับเลือด เป็นโรคหัวใจ สายตามีปัญหา โลหิตเป็นพิษ ความดันสูง ต้องระวังปัญหาไฟไหม้ หรือไฟช็อต มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับหญิงสาวอายุประมาณ 16 – 30 ปีมากที่สุด

ถ้าท่านสนใจที่เรียนรู้วิชาฮวงจุ้ยที่ถูกต้องแบบเจาะลึก สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย หรือโทร 086–098 4475 ซึ่งจะมีการจัดสอนเป็นระยะๆ หมุนวนเป็นรอบไปตลอดทั้งปี

Permanent Link

• 2009-May-21 - เลือกคอนโดชั้นไหนดีให้ถูกฮวงจุ้ย

Posted in Feng Shui

เลือกคอนโดชั้นไหนดีให้ถูกฮวงจุ้ย


ภาวะน้ำมันแพงขึ้นทุกวัน ช่วงนี้จึงมีคอนโดใหม่ๆเกิดขึ้นกันมากมายโดยเฉพาะโซนที่ติดแนวรถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน ทำให้ผู้คนที่เคยคิดจะมีบ้านที่มีบริเวณ มีเนื้อที่เยอะๆซึ่งส่วนใหญ่บ้านเหล่านี้ก็มักจะอยู่แถบชานเมือง ทำให้เสียค่าเดินทางมาก จึงต้องเปลี่ยนใจคิดหาบ้านในเมืองแทน แต่ก็เป็นเพราะราคาที่ดินกลางเมืองก็แพงเสียหลือเกิน คอนโดจึงเป็นทางเลือกที่ไม่ไกลเกินเอื้อมและตอบโจทย์ในกระเป๋า โครงการคอนโดมิเนียมต่างๆก็เลยบูมขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด

ผู้ที่สนใจเรื่องฮวงจุ้ยก็มักจะหาเลือกชั้นยอดฮิต อาทิเช่น ชั้น 9 หมายถึงความก้าวหน้าชั้น 8 ซึ่งเป็นเลขมงคลในทางจีน หรือ ชั้น 27 เนื่องจาก 2+7 ได้ 9 เป็นต้น ในทางตรงกันข้ามชั้นที่คนกลัวที่สุดก็คงไม่พ้น ชั้น 13 เลขอาถรรพ์ของฝรั่ง ซึ่งคอนโดหลายแห่งมักเรียกว่าชั้น 12A แต่ก็มีชั้นที่กึ่งดีกึ่งร้ายก็คือ ชั้น 6 ซึ่งคนจีนบอกว่าดี เพราะไปคล้องกับคำว่า “ฮก” ที่มาจากเทพเจ้า ฮก ลก ซิ่ว แต่คนไทยบอกว่าไม่ดี เพราะเหมือน “หก” คะเมนตีลังกา แล้วจะเชื่อคนจีนหรือคนไทยดี

แท้ที่จริงแล้ววิธีการที่พูดถึงไปทั้งหมดนี้ ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ถูกต้องตามหลักวิชาฮวงจุ้ย แต่เป็นเรื่องของความเชื่อของคนโบราณหลายๆอย่างมาปะปนกัน เช่น ประเภทคำพ้องรูปพ้องเสียงเสียมากกว่า ไม่มีหลักวิชาการรองรับ เพราะวิชาฮวงจุ้ยที่แท้จริงแล้วเป็นเรื่องของเทคนิคการสร้างสัมพันธ์พลังงานที่ถูกส่งมาจากจักรวาล (พลังฟ้า) และพลังของสิ่งแวดล้อม (พลังดิน) ให้เชื่อมโยงส่งเสริมกับพลังในตัวของคน

หลักการของฮวงจุ้ยที่ถูกต้องซึ่งปรากฏอยู่ในคัมภีร์โบราณนั้น เป็นวิชาที่ว่าด้วยสูตรลับในการคำนวณกระแสพลัง เพื่อหาหนทางที่จะเหนี่ยวนำพลังงานของสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวให้มาเสริมคน ซึ่งกระแสพลังเหล่านี้ ก็คือพลังงานของแม่เหล็กโลกที่ห่อหุ้มโลกทั้งใบไว้ เนื่องจากมนุษย์ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางสนามพลังของแม่เหล็กโลกอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทั้งชีวิตของเรา ไม่ได้มีส่วนใดในคัมภีร์ที่กล่าวเอาไว้เกี่ยวกับความเชื่อหรือไสยศาสตร์เลย สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนที่ซินแสรุ่นหลังที่อยากโปรโมทขายสินค้าและอุปกรณ์แก้ฮวงจุ้ยของตนเองเป็นผู้อุปโลกน์ขึ้นมาภายหลัง

ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์นั้น มีการค้นพบว่าในตัวมนุษย์มีกระแสแม่เหล็กและไฟฟ้าอ่อนๆอยู่ภายในร่างกายทุกคน โดยในเลือดจะมีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบหลัก เพราะพลังของแม่เหล็กของโลกจะกระตุ้นให้ธาตุเหล็กในเม็ดเลือดเปลี่ยนสภาพให้เป็นแม่เหล็กอ่อนๆ ที่มีลักษณะเป็นทั้งขั้วบวกและขั้วลบในตัว โดยใช้เป็นกลไกในการส่งผ่านสารอาหาร ออกซิเจน ข้อมูลคำสั่งไปยังเซลและอวัยวะทุกส่วน ถ้าประจุไฟฟ้านี้มีการจัดเรียงเป็นระเบียบ ก็จะทำให้โลหิตมีการหมุนเวียนดี สามารถนำสารอาหารและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเซลได้ดีขึ้น จึงทำให้สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ประจุมีการเรียงตัวที่สับสนก็จะทำให้เกิดความเจ็บป่วยต่างๆนานา

เพราะเหตุที่บ้านของเราทุกคน ต่างก็สร้างอยู่ท่ามกลางสนามพลังของแม่เหล็กโลก โดยที่บ้านแต่ละหลังก็จะหันทำมุมกับเส้นแรงของแม่เหล็กไม่เท่ากัน จึงได้รับพลังงานที่แตกต่างกันเข้ามาอยู่ในบ้าน ซึ่งการที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ในบ้านวันละ 8 -10 ชั่วโมงทุกวัน พลังของแม่เหล็กโลกที่สะสมตัวในบ้านจึงได้มีอิทธิพลต่อชีวิตของคนค่อนข้างมาก

เช่นเดียวกับอาคารสูงที่มีหลายๆชั้น ซึ่งแต่ละชั้นก็จะกั้นสนามแม่เหล็กที่แผ่ออกมาจากใจกลางของโลก ให้เกิดรูปแบบทางพลังงานที่แตกต่างกัน เป็นที่มาให้เรารู้ได้ว่าชั้นไหนเป็นพลังธาตุอะไร แล้วส่งเสริมเข้ากับพลังในตัวของเราหรือไม่





วิธีการจะดูว่าคอนโดชั้นไหนดีนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับรหัสพลังของบุคคล ว่าไปสอดคล้องกับชั้นต่างๆของคอนโดหรือไม่ โดยรหัสพลังของชั้นคอนโดจะมีทั้งหมด 9 ชนิดด้วยกัน คือ

ชั้นที่ลงท้ายด้วย 1 เป็นธาตุน้ำ
ชั้นเลข 2 - 5 – 8 - 0 ธาตุดิน
ชั้นเลข 3 – 4 ธาตุไม้
ชั้น 6 – 7 ธาตุทอง
ชั้น 9 ธาตุไฟ

วิธีการนับชั้นคอนโดจะต้องนับชั้นจอดรถด้วย แต่จะไม่นับชั้นใต้ดิน ไม่นับชั้นลอย หากเป็นชั้นสูงๆ เช่น ชั้นที่ 24 ให้ถือเอาเลขหลังสุดก็คือ 4 มาใช้ในการเปรียบเทียบ
ส่วนรหัสพลังของบุคคลจะคำนวณจากปีเกิด วิธีการหารหัสประจำปีเกิด

***ผู้หญิง ให้เอาตัวเลข พ.ศ.ทั้ง 4 หลักบวกกัน ให้เหลือเลขตัวเดียว บวกด้วย 1 จะเป็นรหัสประจำปีเกิดนั้น

เช่น เกิด พ.ศ. . 2550 วิธีคำนวณ คือ 2 + 5 + 5 + 0 ได้ 12 เลขตัวเดียวคือ 1 + 2 = 3 บวกด้วย 1 เป็น 4 จะเป็นรหัสประจำปีเกิด

***ผู้ชาย ให้เอาตัวเลข พ.ศ.ทั้ง 4 หลักบวกกัน ให้เหลือเลขตัวเดียว บวกด้วย 1 แล้วนำไปลบออกจาก 15 จะเป็นรหัสประจำปีเกิดนั้น ( ถ้าผล เกิน9 ให้จับบวกกัน เหลือเลขตัวเดียว )
เช่น เกิด พ.ศ. . 2550 วิธีคำนวณ คือ 2 + 5 + 5 + 0 ได้ 12 เลขตัวเดียวคือ 1 + 2 = 3 บวกด้วย 1 แล้วนำไปลบออกจาก 15 เป็น 11
ให้จับบวกกัน เหลือเลขตัวเดียว คือ 1 +1 = 2 เป็นรหัสประจำปีเกิด

หมายเหตุ เรานับปีใหม่กันวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ของทุกปีนะครับ ใครเกิดก่อนวันที่ 4 กพ. ยังให้นับเป็นปีเก่า
เช่น พ.ศ.2511 คือ ผู้ชายคือรหัส 5 ผู้หญิงคือรหัส 1

เมื่อเราทราบแล้วว่าเราเป็นบุคคลรหัสใด ก็ให้มาเทียบกับตารางด้านล่าง รวมทั้งปฏิกิริยาธาตุดังต่อไปนี้ครับ

คนรหัส 1 เป็นธาตุน้ำ ควรเลือกชั้น 9 – 4 – 3 – 1 รองลงมาคือ 6 – 7
คนรหัส 2 - 5 – 8 - 0 ธาตุดิน ควรเลือกชั้น 6 – 8 – 7 – 2 – 5 รองลงมาคือ 9
คนรหัส 3 – 4 ธาตุไม้ ควรเลือกชั้น 1 – 3 – 4 – 9
คนรหัส 6 – 7 ธาตุทอง ควรเลือกชั้น 2 – 5 – 6 – 7 – 8
คนรหัส 9 ธาตุไฟ ควรเลือกชั้น 3 – 4 – 1 – 9

หากท่านใดคำนวณออกมาแล้วผลลัพธ์เป็นในทางร้ายก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นหลักการข้อแรกในการเลือกเท่านั้น เรายังสามารถใช้วิธีการจัดฮวงจุ้ยภายในการแก้ไขได้ครับ เนื้อหาวิชายังมีที่ลึกซึ้งไปกว่านี้อีกมาก เรียกว่าถ้าจะเอากันจริงๆก็ต้องเรียนกันเป็นปี แต่คิดว่าหลักการเบื้องต้นนี้ก็คงเป็นประโยชน์กับหลายๆท่านมิใช่น้อยในการเลือกซื้อคอนโดครั้งต่อไป

ไปหน้า ฮวงจุ้ย 

http://www.fengshui100.com/

 

Permanent Link

• 2009-May-20 - ทิศร้ายประจำเดือนที่ห้ามไปยุ่งเกี่ยว

Posted in Feng Shui
ทิศร้ายประจำเดือน



ข้อควรระวัง

1. ห้ามย้ายบ้าน สร้างบ้าน เปิดร้าน หรือเข้าอยู่อาศัยใหม่ ในบ้านที่หลังพิงทิศร้าย

2. ห้ามซ่อมแซมต่อเติม ตอก เจาะ ขุดดิน รื้อถอนทิศนี้

จะมีภัยนานาประการ เช่น เจ้าบ้านตายจาก อุบัติเหตุ พิการ อัมพาธ เจ็บป่วยรักษายาก โรคเรื้อรัง เสียทรัพย์ โจรภัย

ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจึงจะแก้ไขได้

 

ไปหน้า ฮวงจุ้ย 

http://www.fengshui100.com/

 

Permanent Link

• 2009-May-20 - องค์ประกอบในการจัดฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง

Posted in Feng Shui
องค์ประกอบในการจัดฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง
หลักในการดูฮวงจุ้ยที่ถูกต้องนั้น จะต้องประสานองค์ประกอบทั้ง 4 ด้านให้ครบถ้วน จึงจะสามารถได้รับผลดีบรรลุวัตถุประสงค์ในการจัด

1. ชัยภูมิ (รูปลักษณ์ที่มีผลต่อพลังปราณ)
2. องศาทิศทาง (สูตรการคำนวณพลังปราณ)
3. ดวงชะตา (พลังที่ประจุในตัว)
4. ฤกษ์ยาม (กาลเวลาที่สอดคล้อง)



ซึ่งแต่ละปัจจัยมีรายละเอียดให้ได้เรียนรู้เป็นพื้นฐานเบื้องต้น ดังต่อไปนี้
1. ชัยภูมิ
คือเรื่องคุณภาพของชัยภูมิที่เป็นสภาพแวดล้อมรอบๆตัว ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายกระแสพลัง ซึ่งเป็นปัจจัยในด้านที่มองเห็นหรือสัมผัสได้ ซึ่งแบ่งเป็นภายนอกและภายใน

ภายนอก
• ทิศทางของรถที่วิ่งอยู่บนของถนน
• ระดับความสูงต่ำของพื้นที่รอบๆอาคาร
• ทิศทางของกระแสลมและน้ำ
• อาคารที่อยู่รอบๆ
• สภาพแวดล้อมอื่นๆที่อยู่รอบตัว เช่น จั่วแหลม ป้ายโฆษณา หม้อแปลง เสาไฟฟ้า และรวมไปถึงทุกๆสิ่งที่มองเห็นหรือสัมผัสได้

ภายใน
• ตำแหน่งของประตู หน้าต่าง ซึ่งเป็นจุดรับกระแสพลังเข้ามาในอาคาร
• ห้องนอน ห้องทำงาน ซึ่งเป็นบริเวณที่ผู้อยู่อาศัยสะสมพลังวันละหลายๆชั่วโมง
• ห้องครัว เตาไฟ เป็นบริเวณที่พลังงานความร้อนหรือธาตุไฟกระจายออกมามากที่สุด

2. องศาทิศทาง
องศาทิศทางของพลังสนามแม่เหล็กโลกที่ทำมุมส่งพลังดีหรือร้ายเข้ามาทางประตูหรือหน้าต่างของบ้าน โดยปัจจัย นี้เป็นด้านที่ตาเปล่ามองไม่เห็น แต่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยวัด ก็คือเข็มทิศหล่อแก และยังต้องมีสูตรลับที่ใช้ในการคำนวณทางพลังงาน ที่คิดค้นขึ้นมาโดยปรมาจารย์ในอดีต ที่จะบอกให้รู้ว่าชัยภูมิที่เรามองเห็นด้วยตานั้น ทำปฏิกิริยาอย่างไรกับองศาทิศทางของพลังงาน จึงจะสามารถบอกให้รู้ได้ว่า สิ่งที่เห็นนั้นจะส่งผลดีหรือร้ายต่อผู้ที่อยู่อาศัยอย่างไร

เพราะสรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยปัจจัย 2 ด้าน เช่น มนุษย์เราก็มีด้านที่เป็นร่างกาย(มองเห็นสัมผัสได้) และด้านที่เป็นวิญญาณ(หรือพลังงาน) ซึ่งถ้ามีแต่ร่างกายที่ไร้วิญญาณ ก็จะเรียกว่าศพ คือไม่อาจขยับเคลื่อนไหวได้ เช่น แม้ว่าเราจะเอาอวัยวะทุกชิ้นส่วนมาเรียงต่อกันครบทุกชิ้นจนเป็นตัวคน ก็ไม่อาจจะมีชีวิตขึ้นมาได้ เพราะขาดในส่วนของวิญาณ ส่วนถ้าหากมีแต่วิญาณที่ไร้ร่างกายรองรับ เราก็จะเรียกว่าเป็นผี ที่ล่องลอยไร้แก่นสาร ซึ่งในแง่ของฮวงจุ้ยนั้น ก็จะพิจารณาว่าวัตถุรอบๆตัวแต่ละชนิดที่เรามองเห็นอยู่นั้น ทำปฏิกิริยาอย่างไรกับพลังของในแต่ละทิศทาง จึงจะเกิดอิทธิพลส่งผลต่อคนที่อยู่ในบ้านขึ้นมาได้

เช่น จั่วแหลมที่พุ่งเข้ามาใส่หน้าต่างห้องนอนของเรา ก็ไม่ใช่จะทำให้เกิดเรื่องร้ายกับคนที่นอนในห้องนั้นทุกวัน แต่ต้องรอว่าเมื่อไหร่ที่พลังไม่ดีหมุนเคลื่อนตัวเข้ามาทับในทิศทางนั้น จึงจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นมาได้

การจัดหรือแก้ไขฮวงจุ้ยก็คือ ต้องอ่านให้ออกว่า ถ้าปัญหาอยู่ที่ชัยภูมิซึ่งไม่ยอมจ่ายกระแส ก็ต้องแก้ไขเอาสิ่งที่ขวางกระแสออก เช่น ตัดต้นไม้หน้าบ้าน ย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่ขวางทางเข้าออก หรือวัตถุบางชนิดไปอยู่ในทิศทางที่พลังไม่ดี จึงทำปฏิกิริยาให้เกิดเรื่องร้ายกับคนที่อยู่ในบ้านนั้นๆ ก็จัดการเอาวัตถุนั้นออกเสีย ซึ่งปัญหาอย่างนี้เป็นสิ่งที่ซินแสที่มีประสบการณ์จะสามารถช่วยได้

แต่ถ้าเป็นเหตุสุดวิสัย เช่น ถ้าคุณเช่าห้องเปิดร้านขายของอยู่ในห้าง แต่กลับไปห้องที่หลบอยู่ในซอกที่วกวนอยู่ด้านในสุด ที่ลูกค้าไม่มีทางหาเจอเลย หรือยกห้างมาบุญครองไปเปิดในป่าช้าชลบุรี ซินแสคนไหนในโลกก็คงไม่อาจช่วยคุณขายดีหรือเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ นอกจากจะแนะนำให้ย้ายออก ซึ่งอย่างน้อยก็จะเป็นประโยชน์ในแง่ที่จะช่วยลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เหมือนอย่างกรณีที่ผมได้มีโอกาสไปดูฮวงจุ้ยให้ฝรั่งที่ตึกเวิร์ลเทรดที่อเมริกา ก็แนะนำให้เขาย้ายออกอย่างเดียว แก้อย่างอื่นไม่ได้ เพราะเขาเป็นผู้เช่ารายเล็กๆของตึกทั้งหมด ซึ่งก็ยังช่วยให้เขารอดชีวิตมาได้

ส่วนถ้าเป็นปัญหาเรื่ององศาทิศทางของพลังไม่ดี ก็ต้องหาทางแก้ในเรื่องทิศทาง ไม่ใช่มาเปลี่ยนแปลงที่วัตถุหรือชัยภูมิ เช่น ถ้าบ้านหลังนั้นหันไปรับกับทิศทางที่พลังไม่ถูกยุคถูกสมัย เข้ามากระตุ้นให้คนในบ้านตัดสินใจลงทุนผิดพลาด จึงได้ทำให้เกิดความล้มเหลวเสียหาย ก็ต้องแก้ไขโดยการปรับองศาทิศทางของบ้านให้รับพลังที่ถูกยุคเข้ามาเสริมคน ให้คิดหรือวางแผนกลยุทธ์ได้เข้ากับยุคสมัยหรือโอกาสภายนอก



3. ดวงชะตา
คือ พลังที่ประจุเข้าไปในตัวของเราตอนที่เกิด ซึ่งจะต้องคำนวณละเอียดไปถึงขั้นยามที่เกิด จึงจะใช้การได้จริง ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทำให้เราต้องการพลังที่ไม่เหมือนกัน เข้ามาเสริมพลังในตัว โดยจะใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ว่าทิศทางของบ้าน อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง ให้คุณกับบุคคลมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งการจัดทิศหัวนอนและทำงาน นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการเลือกรูปแบบการตกแต่งบ้าน กำหนดวิธีการปรับแก้ดวงชะตา

4. ฤกษ์ยาม
คือ วิธีการคำนวณช่วงระยะเวลาที่พลังจากจักรวาล จะส่งผลบวกต่อบุคคลและทิศทางของบ้าน เพื่อประสานปัจจัยพลังงานของฟ้า ดิน และคน ให้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งมีเทคนิคในการคำนวณหาที่สลับซับซ้อน ไม่เหมือนกับที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน

ถ้าหากการจัดฮวงจุ้ยไม่ได้กระทำครบทั้ง 4 องค์ประกอบ ก็ไม่อาจจะทำให้เกิดประสิทธิผลตามที่คาดหวังได้ เช่น ท่านอาจจะได้ชัยภูมิที่ดี องศาทิศทางที่นำกระแสพลังที่ถูกยุคเข้ามา แต่ถ้าท่านเริ่มต้นก่อสร้างในวันเวลาที่พลังงานจากฟ้าไม่ดี ทำให้บ้านของท่านประจุพลังร้ายเข้าไปในบ้าน เมื่อท่านเข้าไปอยู่ก็จะสะสมพลังร้ายเหล่านี้เข้าไปในตัว ย่อมทำให้ชีวิตค่อยๆผกผันไปในทางไม่ดี โดยที่ซินแสที่มาตรวจสอบฮวงจุ้ยให้ท่านในภายหลังจากที่ท่านเข้าอยู่แล้ว ก็อาจงงว่าชัยภูมิและองศาทิศทางดีแต่ทำไมไม่เจริญรุ่งเรือง

แต่สูตรที่ถูกต้องในการสร้างสัมพันธ์ของทั้ง 4 ปัจจัยให้เป็นหนึ่งเดียวนั้น ถูกเก็บงำไว้เป็นความลับสุดยอด ที่เปิดเผยหรือสอนกันอยู่ตามสำนักต่างๆในปัจจุบัน จึงแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง เช่น บางแห่งดูชัยภูมิใช้หลักวิชาหนึ่ง แต่คำนวณองศาทิศทางของพลังจะใช้อีกวิชาหนึ่ง ส่วนการจัดห้องให้เข้ากับบุคคลก็ไปใช้อีกวิชา พอหาฤกษ์ที่จะดำเนินการก็ไปใช้อีกระบบ เมื่อไม่ได้ใช้วิชาในระบบเดียวกัน จึงอาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ได้ออกมาดังที่ประสงค์ไว้


ปัญหาของวงการวิชาฮวงจุ้ยในปัจจุบัน จึงเป็นเรื่องของการที่ไม่ได้มีการกำหนดมาตรฐานของวิชา เหมือนกับระบบการแพทย์ที่จะมีขั้นตอนชัดเจนว่า ถ้าผู้ป่วยมีอาการแบบไหนมา จะต้องเริ่มต้นรักษาด้วยขั้นตอนไหน เนื่องจากวิชาฮวงจุ้ยนั้น ถือกำเนิดมาในโลกตะวันออกที่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากตะวันตกอย่างสิ้นเชิง เพราะในโลกตะวันตกนั้น เมื่อคุณค้นพบสิ่งใดแล้วนำมาเปิดเผยสู่สาธารณชนทราบ คุณจะได้รับการยกย่องเชิดชู เมื่อใดที่มีการพูดถึงในเรื่องนี้ ก็จะต้องอ้างอิงชื่อของคุณ ถ้าหากจะนำผลงานของคุณไปใช้ก็จะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ จึงทำให้หลักวิชามีมาตรฐาน ทุกคนมีโอกาสเรียนรู้และเข้าถึงได้

ส่วนในโลกตะวันออกนั้น เมื่อคุณค้นพบสิ่งใดแล้วนำมาเปิดเผยสู่สาธารณชนทราบ ทุกคนมีแต่รอคอยจะก็อปปี้ เมื่อนำไปใช้ก็อ้างว่าตนเองค้นพบเอง จึงไม่มีใครอยากที่จะเปิดเผยวิชาออกมา มีแต่จะสอนให้กับลูกหลานหรือลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดเท่านั้น ส่วนถ้าจะมีการเขียนตำรา ก็จะไม่เปิดเผยเคล็ดวิชาที่แท้จริงลงไป

จึงทำให้ไม่มีการกำหนดหลักมาตรฐานของวิชา ว่าจัดแบบนี้ถูก จัดแบบนั้นผิด ซึ่งปัญหาที่ตามมาก็คือซินแสทุกคนจะมีความเชื่อว่า วิชาที่ตนเองเรียนมาเป็นวิชาที่ถูกต้อง จึงไม่ค่อยจะมาสังสรรค์สมาคมกัน และก็เป็นเรื่องของวาสนาของลูกค้าเองว่าจะพบซินแสคนไหน ใช้วิชาอะไร หรือชำนาญกับชัยภูมิแบบที่ตรงกับบ้านของคุณพอดี เรียกว่ารักษาถูกโรค ก็จะเห็นผลอย่างรวดเร็ว

การจัดฮวงจุ้ยจึงไม่ใช่เรื่องของมือสมัครเล่นที่อ่านหนังสือที่ขายอยู่ในท้องตลาดไม่กี่เล่มจะมาตั้งตัวเป็นซินแสรับให้คำปรึกษาแก่บุคคลทั่วไป คือประเภทที่เรียนรู้มาไม่จริง แต่กลับมาเดินในเส้นทางนี้ เอาวัตถุมงคลมาหลอกขายชาวบ้าน เช่น การติดเสือคาบดาบ หรือกระจกแปดทิศ(โป๊ยข่วย) การตั้งเจ้าที่ ฮกลกซิ่ว ตั้งวัตถุมงคล ของปลุกเสก หรือยันต์ต่างๆ เหล่านี้คงเป็นสิ่งที่ผมยอมรับไม่ได้ ซึ่งซินแสในปัจจุบันกว่า 90 % เป็นเช่นนี้ ทั้งๆที่ในคัมภีร์โบราณทางฮวงจุ้ยทั้งหมดไม่เคยมีการบัญญัติให้ใช้สิ่งเหล่านี้ ซึ่งอาจจะเรียกว่า ซินมั่ว

หลักการที่ถูกต้องของวิชาฮวงจุ้ย ก็คือ หาวิธีการช่วยให้คนนำความรู้ความสามารถและศักยภาพที่เขามี ไปจับกับความต้องการของตลาดหรือโอกาสภายนอก ลองยกตัวอย่างของคน2 คนที่เก่งเท่ากัน ผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน ทุกๆวันที่ออกไปหาลูกค้าวันละ 10 ราย ถ้าคนแรกออกไปแต่ละวันก็บังเอิญได้เจอแต่ลูกค้าที่กำลังอยากได้สินค้าชนิดนั้นพอดี ก็คือ ความเจริญรุ่งเรืองร่ำรวย แต่อีกคนเมื่อออกไปทุกวัน ก็พบแต่ปัญหาอุปสรรค ลูกค้าทุกรายที่ไปพบ บังเอิญยังไม่ต้องการสินค้าตัวนี้ ถ้าเจอแบบนี้ตลอดก็เรียกว่า พบกับความล้มเหลว หมุนเงินไม่ทัน ไม่มีเงินไปจ่ายเจ้าหนี้ นี่คือหลักของฮวงจุ้ย คือพยายามช่วยให้บ้านรับพลังที่ถูกยุคเข้าไปกระตุ้นคน ให้คิดและทำสิ่งต่างๆได้ถูกยุค ถูกสมัย ถูกจังหวะกับโอกาสภายนอก

ฮวงจุ้ยจึงเหมือนกับตัวคูณ ที่ทำหน้าที่ขยายศักยภาพของคนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น ถ้าคุณมีความสามารถในระดับ 80 คะแนน แล้วได้ฮวงจุ้ยระดับ 100 เป็นตัวคูณ ก็จะกลายเป็น 8,000 แต่ถ้าได้ได้ฮวงจุ้ยที่ดีระดับ 100,000 ก็จะขยายเป็นผลงานระดับ 8,000,000 ส่วนถ้าโชคร้ายพบกับฮวงจุ้ยติดลบ 1000 เมื่อคูณเข้าไปใส่กับความสามารถที่คุณมี สิ่งที่จะสูญเสียก็กลายเป็น -80,000 แต่ถ้าหากว่าคนๆนั้นมีความสามารถเป็น 0 เช่นเป็นคนปัญญาอ่อน ต่อให้ได้ฮวงจุ้ยระดับ 1,000,0000 คะแนน เมื่อคูณกับ 0 ก็กลายเป็นศูนย์

ท่านที่สนใจจะศึกษาหลักการจัดฮวงจุ้ยที่ถูกต้องได้ที่...สถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย ซึ่งสอนโดย...อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม

เปิดสอนวิชาฮวงจุ้ยรุ่นใหม่ตั้งแต่ขั้นต้น และจะเรียนต่อเนื่องไปจนถึงขั้นสูงที่จะสามารถนำไปใช้งานจริงได้ หรือต้องการที่จะเชิญ อ.มาศไปดูฮวงจุ้ย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 086-0984475

 

ไปหน้า ฮวงจุ้ย 

http://www.fengshui100.com/

 

 

Permanent Link

Categories

• Home
• My Profile
• My Photo Gallery
• Feng Shui
• Basic
• Howtodo
• HiTech
• Horoscope
• Contact Us
«  September 2010  »
MonTueWedThuFriSatSun
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 

Recent Posts

• ” หลักสูตร "การรักษาสุขภาพด้วยภูมิปัญญาจีนชั้นสูง ผนวก วิทยาการล่าสุดของการแพทย์ตะวันตก”
• หลักสูตร * อี้จิง...ศาสตร์การจับยามเพื่อการทำนายเหตุการณ์แบบฉับพลัน*
• ทำไมยิ่งกินน้ำมากๆ กลับยิ่งทำให้สุขภาพเสีย จริงหรือ?
• หลักการของฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง
• ไปเที่ยวก้านโจว ประเทศจีน ดูแหล่งกำเนิดวิชาฮวงจุ้ย

Friendly Links

• ฮวงจุ้ย
• Feng Shui
• My Web's RSS
Page 1 of 11
Last Page | Next Page

Copyright หลักวิชาฮวงจุ้ย. All rights reserved.